‘โสภณ’ ตั้งกรรมการสอบเลขาธิการพระปกเกล้า ปมถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์แลกเรียนหลักสูตร ปปร. ยัน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อรักษาภาพพจน์สถาบัน
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคนกล่าวหาว่าเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการเข้าศึกษาหลักสูตร ประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ว่า ตนก็ทราบเรื่องที่มีการกล่าวหาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยให้ชี้แจงไปแล้วที่สภา เพราะเคยปรากฏข่าวมาแล้ว วันนี้พอเป็นกระแสข่าวออกมา ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้า ก็ให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อตัวเลขาสถาบันพระปกเกล้า และเป็นการรักษาภาพพจน์ของสถาบันพระปกเกล้า
นายโสภณ กล่าวต่อว่า หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงตนก็รับไม่ได้ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตนได้แจ้งกับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าไปแล้วว่าต้องเตรียมเคลียร์ตัวเอง ส่วนกรรมการสอบข้อเท็จจริงก็จะตั้งบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ
เมื่อถามว่า มีประชุมก่อนหน้านี้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชี้แจงอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า ตนให้ชี้แจงในที่ประชุมสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชี้แจงด้วยวาจาว่าเรื่องนี้เกิดจากความเข้าใจผิด และมีเอกสารถอนฟ้องมาแสดง ตนได้ดูเอกสารแล้วก็รับได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็เห็นว่าเป็นการชี้แจงฝ่ายเดียว
เมื่อถามว่า การชี้แจงของเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ายังไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ ถึงต้องตั้งกรรมการตรวจสอบภายหลังการชี้แจง นายโสภณ กล่าวว่า ตอนนั้นตนเห็นในสื่อและมีคนส่งข้อมูลให้ดู ตนในฐานะประธานก็ไม่นิ่งนอนใจ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในวาระประชุม ตนจึงบอกว่าเมื่อมีสื่อนำเสนอเป็นข่าวแล้ว ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสบายใจของคณะกรรมการและเพื่อปกป้องชื่อเสียงสถาบัน จึงให้เลขาชี้แจงต่อที่ประชุมสถาบันพระปกเกล้า และเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาก็มีกระแสข่าวขึ้นมาอีก เราจะให้ชี้แจงอีกก็คงไม่ได้แล้ว เพราะข้ามขั้นตอนไปแล้วจึงทำตามลำดับ เพราะกรณีของเจ้าหน้าที่รัฐคือหนึ่งการให้ชี้แจงหากฟังขึ้นก็ยุติ และการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบผิดก็ตั้งกรรมการอีกชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการทางวินัย
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรอบเวลาการตรวจสอบ นายโสภณ กล่าวว่า ตั้งคณะกรรมการไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม และต้องฟังความเห็นกรรมการของสถาบันพระปกเกล้าด้วย ซึ่งระหว่างตั้งกรรมการตรวจสอบเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะขณะนี้เพราะอยู่ในขั้นตอนการสืบหาข้อเท็จจริง หากมีมูลก็สอบต่อ แต่บางครั้งคณะกรรมการสอบก็ไม่จำเป็น โดยนำผลของการสืบมาดำเนินการเลยได้
เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดแล้วข้อมูลที่มีการร้องเรียนเป็นความจริง เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าต้องพ้นจากตำแหน่งเลยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดการณ์ ต้องรอผลตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรม การจะทำอะไรหากเรามีธงในใจ จะไม่สามารถให้ความเป็นธรรม ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ หากสถาบันเหล่านี้ไม่มีธรรมาภิบาล ก็คงขาดความน่าเชื่อถือ
ถามว่า มีคนวิพากษ์วิจารณ์ การคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าเป็นคนที่มีเส้นสายมากกว่าเลือกจากคุณสมบัติ จะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตรวจสอบครับ ซึ่งตนได้ให้นโยบายว่า ผู้ที่มาเรียนก็มีทั้งสร้างคอนเน็คชัน แต่สิ่งสำคัญคือนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
“หากผู้ที่เข้าไปเรียนในหลักสูตรเป็นข้าราชการ แล้วไม่ไปเรียนตามหลักสูตรกำหนด ไม่ไปเซ็นชื่อ ตนก็ไม่อนุญาตให้ซ่อมเพราะนำเงินราชการไปเรียนแต่ไม่ทำตาม อดีตเขาให้ซ่อม แต่ในยุคผมถ้าไม่มาเรียนตามนโยบายที่กำหนด ผมไม่ให้ซ่อม ก็จริงจัง” นายโสภณ กล่าว



