‘เอกนิติ’ ยืนกราน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มีความจำเป็น หวังแก้วิกฤตเศรษฐกิจ ยกตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ฟ้อง ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 6 แสนล้าน ย้ำแนวทางใช้เงินไม่กู้มากอง-ไม่มีตีเช็คเปล่า โวหากเปลี่ยนผ่านพลังงานสำเร็จ ประเทศไทยดีกว่าเดิม
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวชี้แจงว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งนี้เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจจริงๆ เข้าใจดีว่า ส.ส.ไปเอาความเห็นของคนเห็นค้านมาอภิปราย หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว คงไม่เป็นธรรม แต่เคารพความเห็นต่าง ขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัว เงินเฟ้อมากขึ้น น้ำมันแพงขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เคยบอกประเทศไทยจะเจอวิกฤตหลายรอบ ระลอกหนึ่ง คือ ราคาน้ำมันแพงขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศ
ระลอกสองคือ วิกฤตค่าครองชีพแพงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้นสูงขึ้นเกือบ 3% ระลอกสามคือกำลังซื้อลดลง แต่สินค้าแพงขึ้น วิกฤตเหล่านี้ยังไม่จบ หากปล่อยให้ลุกลามหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าของแพงขึ้นหยุดไม่ได้ อาจต้องปลดคนงาน ธุรกิจเจ๊ง หากยังหยุดไม่ได้จะนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ทั่วโลกบอกประเทศไทยนำเข้าพลังงานสูงมาก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แต่ปัญหาตะวันออกกลาง ไม่รู้จบเมื่อไร หากสงครามไม่จบ ความเปราะบางก็มากขึ้น วันนี้จึงต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน

นายเอกนิติกล่าวว่า วัตถุประสงค์ พ.ร.ก.กู้เงิน มี 2 อย่างคือ 1.ช่วยประชาชน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพประชาชนที่ออกแบบมา ไม่ใช่แค่ประคองเศรษฐกิจ แต่ออกแบบช่วยพ่อค้าแม่ค้าให้ใช้เอไอเป็น เพื่อให้มีรายได้สูงขึ้น ได้เปิดตลาดกว้างขึ้นผ่านทางออนไลน์ นอกจากขายผ่านตลาดอย่างเดียว 2.ส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานทางเลือก หากต้องนำเข้าพลังงานไปเรื่อยๆ อาจเจอวิกฤตเศรษฐกิจรอบ 3 หรือ 4
พ.ร.ก.กู้เงิน มีหลักคิด 3 ด้านคือ 1.ประคองประชาชนและเศรษฐกิจ 2.เปลี่ยนวิกฤตเป็นจังหวะเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ไม่ใช่จะเปลี่ยนทุกอย่างในพริบตา โครงการใน พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นการกระตุกให้เปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น 3.ใช้จังหวะที่โลกเปลี่ยน ดึงดูดการลงทุนเอกชนเรื่องพลังงานสะอาด เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งที่ทั่วโลกอยากมาลงทุน จึงสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้โซลาร์เซลล์ สร้างรายได้ยั่งยืน เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าขายไฟคืนให้การไฟฟ้า
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า ส่วนแผนการจัดสรรงบประมาณยืนยันว่า วันนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีต และมีหลักการเหตุผลชัดเจนกว่า แก้ปัญหาสิ่งที่เคยมีปัญหาในอดีต ทำให้ พ.ร.ก.นี้ โปร่งใส ชัดเจนมากขึ้น มีกระบวนการกลั่นกรองโครงการเข้มงวด โปร่งใส ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีผู้ทรงวุฒิภายในและภายนอก จะต้องเป็นโครงการที่สอดคล้องวัตถุประสงค์และแผนงาน มีความพร้อม โปร่งใส คุ้มค่า เปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ มีการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และรายงาน ครม. ขอย้ำเงินกู้นี้จะไม่ได้กู้มากอง แต่กู้ตามการใช้จ่ายที่จำเป็น ติดตามหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นตลอด และคำนึงถึงวินัยการคลัง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่กลัวหนี้สาธารณะชนเพดาน แต่สนใจสิ่งที่จะไปลงทุนจะเป็นอย่างไร ยืนยันการออก พ.ร.ก.กู้เงิน มีความโปร่งใส ไม่ตีเช็คเปล่า มีระเบียบวิธีการ ไม่ต่างจากในอดีตที่ทำเพื่อความจำเป็นเร่งด่วน มีวัตถุประสงค์ชัดเจนช่วยประชาชน เปลี่ยนผ่านพลังาน ใช้วิกฤตเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะยังอยู่ในวิกฤตสงคราม ต้องมีเครื่องมือมาช่วย ประเทศไทยพร้อมเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมื่อวิกฤตจบประเทศไทยจะดีกว่าเดิม

