กมธ.มั่นคงฯ ซัด หน่วยข่าวกรองล้มเหลว 22ปีไฟใต้ ใช้ 5.2 แสนล้าน ไม่ได้อะไรเลย โอด เวทีมั่นคงไม่เคยเชิญ สส.พื้นที่ให้ข้อมูล แม้รู้พื้นที่ดี อย่าอ้าง ปชช.ไม่ให้ความร่วมมือ เผย ตร.ขอเวลา 3 วัน พิสูจน์ปมชาวบ้านอ้างถูกยิงจาก ฮ. หลังพบหัวกระสุน ชนิดบรรจุได้ทั้ง M16 – HK โยนรัฐบาลการันตี ไม่เกิดเหตุช่วง ครม.สัญจร ปูด นายกฯอาจแว๊บลงพื้นที่สร้างความมั่นใจ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ แถลงภายหลังการประชุมกมธ. ภายหลังเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าชี้ แจงถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายมณเฑียร กล่าวว่า ได้มีการประชุมนัดพิเศษ เรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ ทั้ง 4 จังหวัด และได้มีการเชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าชี้แจง มีเพียง กอ.รมน. ที่ไม่ได้เดินทางมาเนื่องจากติดภารกิจ โดยได้มีการสอบถามว่าเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดข่าวกรองจึงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เป็นร้อยจุด และใช้เวลาถึง 3 วันในการก่อเหตุ และในเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจคือเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่เป็นตรวจการ หลังจากการก่อเหตุว่า ตอนนี้ประชาชนเข้าใจว่า มีการยิงจ่ายเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ และเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นถึง 3 วัน แต่หน่วยปฏิบัติการ ที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ อย่างร้านสะดวกซื้อให้เห็นว่ามีผู้ก่อเหตุ 7-8 คนในจุดเดียว หากร้อยจุดก็จะใช้ก็ คน ประมาณ 2-3 พันคน มีการเตรียมการเป็นอย่างดี ผ่านด่านมาได้อย่างไร โดยไม่มีการปะทะ
นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนให้ความสนใจ และสอบถามหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง โดยจากการรับฟังพบว่า ไม่มีการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกัน ต่างคนต่างทำ อย่างที่มีการนำเสนอข่าว ที่แต่ละหน่วยงานออกมาระบุจำนวนเหตุการณ์ไม่ตรงกัน และตนก็พูดอยู่เสมอว่าคนที่รู้ดีที่สุด คือตัวแทนจากประชาชนคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุมา 22 ปี ไม่เคยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงเชิญส.สไปให้ข้อมูลแม้แต่คนเดียว หรือมีการประชุมหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ในหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่เคยเชิญ บางครั้งลงพื้นที่ไปอยากให้ข้อมูลโต๊ะนั่งก็ยังไม่มีมี ฟังในการให้ข้อมูล
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ในเรื่องข่าวกรองใช้ไม่ได้ เพราะประชาชนนั้น ไม่ให้ความร่วมมือ ต้องพูดกันตรงๆแบบนี้ คนที่เป็นผู้แทนราษฎรคือตัวแทนของประชาชน เขาเกิดที่นั่น โตที่นั่น ได้รับเลือกมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนเหตุใดจะไม่รู้ เพราะเรื่องเกิดที่บ้านเขา เขาอยากจะให้ข้อมูล แต่ไม่เคยเชิญ อย่างนี้ชัดแล้วว่า เราไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ข่าวกรองจึงได้ล้มเหลว จึงต้องมาทบทวนว่า ในการทำงานมา 22 ปี นั้นล้มเหลว และใช้งบประมาณไปกว่า 520,000 ล้านบาท เนื่องจากปีนึงตก 30,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย และเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นตรงกันว่า ถ้ามาฆ่าฟันกันไม่มีจบ ต้องมาพูดจาเจรจา ทุกเรื่องจบได้
นายมณเฑียร กล่าวว่า เหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดี๋ยวนี้มีหลายเรื่องและซับซ้อน แต่เรื่องการแบ่งแยกดินแดน เราต้องพูดคุยเจรจา ถ้ามาฆ่าฟันก่อเหตุ เช่นนี้ไม่จบอีกร้อยปีก็ไม่จบ วันนี้รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีรองนายกฝ่ายความมั่นคง นายอนุทินลงมากำกับดูแลเอง และให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศช่วยดูในเรื่องการตามประเทศ ท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และที่ท่านไปมาเลเซียและอินโดนีเซียเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็นำเรื่องนี้ไปพูดคุย ว่าเราจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาตรงนี้ถึงจะจบ เพราะ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ไปตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2518 แต่ตอนนั้นเราไปปราบคอมมิวนิสต์ใช้เวลา 3 ปีปราบจบ แต่นี่คือปัญหา ความเห็นการคิดแบ่งแยกดินแดน 22 ปี ไม่จบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้ดีว่าไม่มีการเชิญไป ให้ข้อมูลว่าประชาชนต้องการอะไร เพราะผู้แทนตรงนั้น เป็นทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก ผู้แทนไปคนเดียวรู้หมด
นายมณเฑียร กล่าวว่า ขอถามตำรวจภูธรภาค 9 ข้อเท็จจริงโทษการอ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเขาก็บอกว่าไปเก็บหลักฐานมา 1 ครั้ง และวันนี้จะเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่ม เราจะได้รู้ว่า มาจากเฮลิคอปเตอร์จริงหรือไม่ หรือปืนลั่น หรือเกิดจากอะไร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอว่าขอใช้เวลา 3 วันเราก็ต้องให้โอกาส เพราะการพูดในที่สาธารณะเราจะต้องมีหลักฐาน พูดลอยๆก็จะไม่จบ ไปกันเรื่อย และทางคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐฯจะลงไปในพื้นที่เร็วๆ วันนี้
ด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.ความมั่นคงฯ มีความเห็นร่วมกันว่างานข่าวกรองของ 3 จังหวัดชานแดนใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา มีความล้มเหลว เพราะไม่มีการตัดงบประมาณปี และปี 70 ในเรื่องของข่าวกรองเลย ไม่ได้ ดังนั้น จึงใช้คำว่าการข่าวล้มเหลว
ส่วนการตรวจจุดเกิดเหตุ พบบาดเจ็บ 2 ราย ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ และไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ประสงค์ดี ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย ควบคุมตัวและสอบปากคำแล้ว
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ส่วนการเก็บวัตถุเชิงวิทยาศาสตร์ ตนได้ลงพื้นที่ในช่วงเกิดเหตุ มีผู้ก่อการร้ายหลายคนลงไปในพื้นที่ควบคุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เก็บโทรศัพท์ และทิ้งร่องรอยไว้ จึงมีการตั้งคำถามจากหน่วยงานของรัฐ ว่าได้จัดเก็บวัตถุในเชิงวิทยาศาสตร์ไว้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีการจัดเก็บไว้
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า สำหรับเรื่อง ฮ. มีหลักฐาน กระสุน 1 นัด ติดอยู่ในรถจักรยานยนต์คันที่ยิง ซึ่งกระสุนสามารถใส่ในปืน M 16 หรือ HK ได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพราะว่ามันเป็นอาวุธสงคราม ว่าที่มาที่ไปของกระสุนมาจากปืนชนิดใด
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหา ไม่ใช่การใช้อาวุธห่ำหั่นกัน แต่เป็นการให้อภัย และทำหน้าที่ในเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งก็คือการเจรจา โดยขอให้รัฐบาลเริ่มดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด หวังว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นโดยเร็ว
เมื่อถามว่า มีความกังวลเรื่อง ครม.สัญจร จ.สงขลา หรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี จ.สงขลา ก่อเหตุลักษณะเชิงสัญลักษณ์ โดยการเผายางรถยนต์ และพ่นสีสเปรย์เพื่อแสดงอาณาเขต โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แม้แต่ อ.นาทวี บ้านตน รัฐมนตรีก็ยังไม่ไปลงพื้นที่ วันนี้ทุกคนต้องอยู่ในความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลการันตีว่าจะปลอดภัย
ขณะที่นายมณเฑียรกล่าวเสริมว่า ในเรื่องของการเยียวยาประชาชน ขอให้มีความสบายใจ เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลอยู่ทั้งหมดแล้ว และเร็วๆนี้นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ใกล้ๆพื้นที่และตนเชื่อว่า ท่านอาจจะเลยไปเข้าในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน ว่าตอนนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้วางใจ เราตั้งด่านป้องกัน จะไม่ให้มีการก่อเหตุอีกต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ใครเป็นคู่การันตีถึงความปลอดภัย นายมณเฑียร กล่าวสั้นๆ เพียงว่า “รัฐบาล”

