หน้าแรก การเมือง เรียก 6.5 แสน...

เรียก 6.5 แสนสอบขรก. จับนายกเฮง-เครือข่าย เหยื่อแจ้งตร.ที่ศรีสะเกษ อ้างโควต้าบรรจุท้องถิ่น

28.08.26 | 06:30 น.

เรียก 6.5 แสนสอบขรก. จับนายกเฮง-เครือข่าย เหยื่อแจ้งตร.ที่ศรีสะเกษ อ้างโควต้าบรรจุท้องถิ่น รบ.ลั่นเอาจริงปราบโกง สงขลาสั่งให้ออก 73 ราย

วันที่ 27 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. มอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นำกำลังเข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อายุ 62 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค. 2569 ตามประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยจับกุมตัวได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางโพ ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร หลังสืบทราบว่านายประวิทย์เดินทางออกจากพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวตามหมายศาล


คดีนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายได้รับการชักชวนจาก นางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ธุรการปฏิบัติงานกองช่าง เทศบาลละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยอ้างว่า นายประวิทย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย มีโควต้าและสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ด้วยความหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองรวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท แต่ภายหลังการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเสร็จสิ้น ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทวงถามเงินคืน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินให้ จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งชุดจับกุมสืบทราบว่านายประวิทย์ หลบมาพักอยู่ในคอนโดมิเนียมย่านบางโพ จึงเข้าติดตามและจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. คุมตัว นายประวิทย์ โดยขณะควบคุมตัว นายประวิทย์ ได้นำผ้าห่มสีชมพู คลุมตัวปกปิดใบหน้า และเปิดเผยเพียงว่าตนถูกปลอมแปลงไอดีไลน์ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่รู้เรื่องและไม่ได้อยู่ในขบวนการดังกล่าว รวมถึงไม่มีการรับเงินตามที่ถูกกล่าวหา และไม่มีเส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีของตน

Advertisement

ส่วนกรณีที่ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีหลักฐานอื่นหรือไม่ นายประวิทย์ระบุว่า ขอชี้แจงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวในภายหลัง พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจับกุม นายประวิทย์ ได้แล้ว พล.ต.ต.ประสงค์ สั่งการให้ตำรวจ กก.3.บก.ปปป. นำกำลังจับกุมนางนวพร ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่57 /2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน ได้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังร่วมกับนายประวิทย์ เรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ต้องการสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดี

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จ.ศรีสะเกษ หลังเรียกรับเงินอ้างช่วยสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น รวม 650,000 บาท โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำเป็นไปตามกฎหมาย ก่อนจะย้อนถามว่า แบบนี้ไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์หรือว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจัง กับเรื่องพวกนี้

รายงานจากคณะกรรมการกลาง(ก.จ.สงขลา)ว่า ข้าราชการท้องถิ่นที่บรรจุลงใน จ.สงขลา 2 รุ่น 114 คน ประกาศขึ้นใหม่เป็นผู้สอบผ่านขึ้นบัญชีและถึงลำดับที่ จำนวน 40 ราย ให้บรรจุที่เดิมต่อไป เป็นผู้สอบผ่านขึ้นบัญชี แต่ไม่ถึงลำดับที่ 1 ราย ให้มีคำสั่งให้ออก แล้วรอเรียกเมื่อถึงลำดับ และเป็นผู้สอบไม่ผ่านไม่ได้ขึ้นบัญชีตามประกาศใหม่ ให้ออกคำสั่งให้ออก 73 ราย แยก อปท.ได้แก่ อบจ. 1 ราย เทศบาล 22 ราย อบต. 51 ราย สรุปว่า 74 ราย ต้องพ้นจากราชการ อีก 40 ราย ลงบรรจุไว้เหมือนเดิม