แฉเครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่นโยง ดีเอสไอ ยศ’พ.ต.ท.’โชว์หลักฐานแชตไลน์มัด เตรียมทำ เอ็มโอยู กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน 11 ก.ย.ปราบทุจริต
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไป “บิ๊กบอส” หรือนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชตไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต ส.ส.สอบตก ซึ่งเครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี ผู้ใหญ่เฮง เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด
นายอาสพลธ์กล่าวว่า จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของจังหวัดขอนแก่นก็มีเครือข่ายลักษณะเดียวกัน แต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “ผู้ใหญ่เฮง” ส่วนในแชตไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่เชื่อมโยงกับ “ผู้ใหญ่เฮง” มีตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ระดับ C8-C9 หรือยศ พ.ต.ท.
“เครือข่ายการเรียกรับสินบนในจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 19 คดี และมีคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 20 คดี ซึ่งทาง ดีเอสไอลงมาสอบปากคำเอง 18 คดี ส่วนอีก 1 คดีทาง คณะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมาดำเนินการเอง และมีอีก 1 คดีที่ส่วนกลางเข้าบุกจับกุมเมื่อวันก่อน คดีนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำกันเป็นกลุ่ม เป็นแก๊ง” ประธาน กมธ.กล่าว
นายอาสพลธ์กล่าวว่า ในส่วนของ กมธ.จะมีรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยจะเซ็นเอ็มโอยู การทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามการทุจริตระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคประชาสังคม ในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการขยายผลต่อไป

