หน้าแรก การเมือง นภินทร เปิดทำ...

นภินทร เปิดทำเนียบ แจงโกงเลือกส.ว. ลั่นไม่โง่ทำผิดกฎหมาย ฝากถึง เป๋า-ยิ่งชีพ เจอกันในศาล

28.08.26 | 16:01 น.

‘นภินทร’ เดือด ซัด ‘ไอติม’ ให้มีวุฒิภาวะ จี้ เปิดหลักฐานสองฝั่ง x,โกงเลือกส.ว. กางไทม์ไลน์โต้ยิบ ไม่อยู่พูลแมน ยันหลักฐานปึ้ก แฉผู้สมัครสว.ขอให้ช่วย แต่ปฏิเสธ เพราะไม่โง่โชว์ทำผิดแจกเบอร์โทร ท้าต่อสายถาม จวก อย่าเล่นการเมืองสกปรก ฟ้อง ‘เป๋า ยิ่งชีพ’ เจอกันที่ศาล

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้กรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวหาตนว่าขาดจิตสำนึก ที่ไม่มาตอบกระทู้ถามสด เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งส.ว.2567 ว่า สาเหตุที่ไม่ได้ไปตอบกระทู้เนื่องจากติดราชการที่ จ.ราชบุรี โดยนัดประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำภาคกลาง ซึ่งมีตัวแทนหน่วยงาน มาจาก 5 จังหวัด เป็นการเร่งด่วนในวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ทำหนังสือแจ้งให้นายกรัฐมนตรีรับทราบเรียบร้อยแล้ว รวมถึงประสานผ่านวิปรัฐบาลที่แจ้งว่ามีกระทู้ถามสดตนไปว่ามีภารกิจในวันดังกล่าว เพราะมีจิตสำนึกว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน แม้กระทู้ถามจะเป็นเรื่องสำคัญแต่เมื่อเวลาตรงกันจึงต้องตัดสินใจเลือกปัญหาประชาชน หากเลื่อนการประชุมโอกาสที่จะนัดประชุมใหม่จะเป็นช่วงกลางเดือนก.ย.นี้ ที่มีพายุฝนในพื้นที่ภาคตอนล่าง และตรงกับช่วงที่ตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ ขอย้ำว่ามีจิตสำนึกส่วนคนที่กล่าวหาตนนั้นต้องถามกลับว่ามีวุฒิภาวะมากน้อยแค่ไหนจึงมากล่าวหาคนอื่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างชี้แจง นายนภินทร ได้ประกาศเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวถึงนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ให้โทรศัพท์เข้ามาได้ทันทีในระหว่างที่แถลง หากสงสัยในประเด็นไหนตนพร้อมตอบในทุกคำถาม

นายนภินทร กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกล่าวหาคดีฮั้วส.ว. ที่นายพริษฐ์ตั้งคำถามถึงตน โดยอ้างว่าพยานระบุว่าในวันที่ 24 มิ.ย.2567 มีผู้สมัคร ส.ว.รายหนึ่ง ชื่อย่อ “นายเอ” อ้างว่าได้รับเชิญจากตนให้มาพบที่ห้องทำงานสมัยเป็น รมช.พาณิชย์ เพื่อดูตัวและอ้างว่าถ้าได้เป็นส.ว. จะขอ 2-3 อย่าง และได้ยื่นเอกสารให้เซ็นใบลาออกจากส.ว.ไว้ล่วงหน้า จึงชี้แจงว่า ได้รับการประสานงานจากประธานสภาเกษตรกร จะขอมาพบเพื่อร้องเรียนเรื่องปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวง จึงนัดให้คณะดังกล่าวมาพบ ช่วงบ่ายวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ในจำนวนนี้มีชื่อของ “นายเอ” ด้วย ขณะที่ตนเชิญอดีตข้าราชการและข้าราชการของกระทรวงพาณิชย์ ร่วมหารือด้วย ในระหว่างนี้ นายเอ ระบุว่าเป็นผู้สมัคร ส.ว.อยู่ระหว่างคัดเลือกระดับประเทศอยากให้ตนช่วยสนับสนุนให้ได้เป็นส.ว. จึงตอบปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สั่งห้ามสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง จากนั้นหารือกันต่อว่าจะเกษตรกรจะขอจัดงานเรื่องไก่งวง ให้นัดมายื่นหนังสือถึงตนอีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย.67 โดยจะเป็นใครมาก็ได้ และไม่ได้นัดนายเอ แต่ปรากฏว่าคณะเดิม ซึ่งมีนายเอกลับมาพบอีกครั้ง และย้ำให้ตนช่วยเหลือในการสมัคร ส.ว. ตนจึงย้ำอีกครั้งว่าเคยพูดแล้วว่าช่วยไม่ได้และหากยังพูดเรื่องนี้จะขอเชิญออก พร้อมกับต่อว่าคณะที่ยื่นหนังสือว่าทำไมยังปล่อยให้พูดเรื่องนี้อีก และไม่ได้ลงนามให้มีการจัดงานดังกล่าว ซึ่งหลักฐานดังกล่าว ทางประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีได้ส่งให้คณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ตั้งข้อกล่าวหากล่าว โดยยึดคำกล่าวอ้างของ นายเอ ที่ไม่มีภาพถ่าย หรือบันทึกเสียงรวมถึงหนังสือที่ตนลงนาม ในขณะที่ฝ่ายตนมีอดีตข้าราชการและข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นพยานอยู่ในระหว่างการหารือ รวม9คน ให้การสอดคล้องกับสิ่งที่ตนชี้แจง

Advertisement

“ผมเป็นมนุษย์ปุถุชนที่กินข้าว คงไม่โง่ ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ที่อ้างว่าจะช่วยและให้เซ็นใบลาออก ส.ว. ต่อหน้าคนทั้งหมดเหล่านี้หรือ และหลักฐานได้ส่งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ไปเรียบร้อยแล้ว แต่นายยิ่งชีพหรือนายพริษฐ์ นำข้อมูลที่ผมชี้แจงว่ามีพยานตรงนี้มาเปิดเผยด้วยหรือไม่”

นายนภินทร กล่าวว่า ส่วนที่ คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ตั้งข้อกล่าวหาโดยระบุว่าวันที่ 4-5 ก.ค.2567 ตนอยู่ที่โรงแรมพูลแมน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการปฐมนิเทศ ส.ว.ที่ได้รับการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าตรงนั้นมีสัญญาณโทรศัพท์ ส.ว.กว่า 100 คน และของคนพรรคภูมิใจไทย และตนอยู่ด้วย ต้องชี้แจงว่า ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมในวันดังกล่าวเพราะติดราชการที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งมีหลักฐานพาสปอร์ต รวมถึงการเดินทางเข้าออกประเทศ โดยเดินทางออกวันที่ 28 มิ.ย.2567 และกลับวันที่ 8 ก.ค.2567 รวมถึงหนังสือลาราชการอย่างถูกต้อง หลักฐานตรงนี้ได้ส่งที่คณะอนุกรรมการชุดนี้ที่ 26 ไปแล้ว เป็นที่ยืนยันว่าตนไม่ได้อยู่ในประเทศและไม่ได้อยู่ในโรงแรมพูลแมน นอกจากนั้นโรงแรมถือเป็นสถานที่กึ่งสาธารณะใครก็เข้าไปได้ ส่วนที่พบสัญญาณโทรศัพท์ของพรรคภูมิใจไทยเนื่องจากระหว่างนั้น พรรคอยู่ระหว่างการปรับปรุง
สมาชิกพรรคจึงมาพบกันที่โรงแรม จึงต้องถามว่าการที่มีสัญญาณโทรศัพท์ของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นหลักฐานที่เพียงพอในการกล่าวหาว่าเข้าไปอยู่ในห้องประชุม ส.ว.แล้วหรือ

นายนภินทร กล่าวว่า หลักฐานที่ตนมีถือว่าชัดเจน ถามว่าคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 มากล่าวหาตนได้อย่างไร สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการตั้งข้อกล่าวหาแบบสุ่ม และเชื่อว่าผู้ที่ถูกกล่าวหา 229 คน บางส่วนก็มีหลักฐานและข้อมูลที่ชี้แจงได้เช่นกัน และกระแสที่กดดันว่าจะต้องส่งฟ้องทั้ง 229 คนเป็นกระแสที่ชอบหรือไม่ เพราะเป็นการเปิดหลักฐานเพียงฝั่งเดียว ทั้งนี้ตนเชื่อในการทำงานของ กกต. ที่แบ่งพิจารณาเป็นคดีย่อยกว่า 400 คดี และพิจารณาอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล เป็นการกระทำที่ชอบและถูกต้อง แต่การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงข้างเดียวและกดดันการทำงานของ กกต. ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและได้ทางการเมือง ถือว่าเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก

นายนภินทร ยังกล่าวว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ จะจินตนาการว่า ส.ว. เป็นผู้เลือก กกต. มา 3-4 คน จะลำเอียง คุณกำลังจินตนาการให้ร้ายสังคม ฝ่ายการเมืองไม่ว่าจะจะอยู่ซีกไหนก็แล้วแต่ เปิดเรื่องนี้ขึ้นมาบีบกดดันกกต. ถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่เหมาะสม ยืนยันอีกครั้งว่าเป็นการเมืองที่สกปรก ขอสังคมพิจารณาว่าการเมืองแบบนี้จะรับฟังอย่างไร

ทั้งนี้หลังแถลงจบ นายนภินทรได้หันไปถามเลขาฯส่วนตัว ว่า ระหว่างที่ตนแถลงข่าวมีใครโทรมาบ้างหรือไม่ นายยิ่งชีพกับนายพริษฐ์ โทรมาบ้างหรือไม่ตนพร้อมตอบทุกคำถาม จากนั้นจึงให้สื่อมวลชนเริ่มซักถาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากเรียกร้องว่าไม่ให้ใช้การเมืองสกปรกแล้ว จะใช้กฎหมายปกป้องตัวเองอย่างไร นาย
นภิทร กล่าวว่า ตนแจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้ว ที่สน.ทองหล่อ เพราะสิ่งที่นายยิ่งชีพ นำมาพูดว่ามีนายเอมาพบตน และพูดว่ามีข้าราชการสองคนเห็นว่านายเอ มาพบตนนั้น เหตุใดจึงไม่พูดให้หมดว่าข้าราชการสองคนนั้นมาอยู่ในห้อง รู้เห็นเหตุการณ์ด้วย คุณตัดถ้อยคำเองบางส่วนมาพูดกับสังคมการแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ไม่ใช่การแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการแสดงความเห็นในเชิงอคติ ให้ร้ายตน ทำไมคุณไม่พูดให้หมด ว่าข้าราชการสองคนที่เห็น นายเอมาเจอตน ก็เข้ามาอยู่ในห้อง และรู้เห็นการกระทำทั้งหมดว่าตนพูดว่าอย่างไร

“ผมแจ้งความไว้แล้วครับคุณยิ่งชีพ พบกันที่ศาลครับคุณยิ่งชีพ ทุกคดีที่คุณพูดถึงผม ผมแจ้งความหมด และบางเรื่องผมจะฟ้องร้องด้วยตัวเอง“ นายนภินทร กล่าว

ส่วนจะแจ้งความนายพริษฐ์ด้วยหรือไม่นั้น นายนภินทรกล่าวว่า นายพริษฐ์ ถามในสภา เมื่อเปิดโอกาสให้ตนตอบตนก็ตอบแล้ว

”ขอยืนยันว่าผมมีจิตสำนึกของการทำงานให้กับบ้านเมือง ไม่ใช่อย่างที่คุณพูด คุณต้องเป็นใหญ่กว่านี้ คุณเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ และคุณต้องเปิดหลักฐาน คุณอ้างว่ามีเอกสาร 90,000 กว่าหน้า คุณเปิดทุกมุมสิครับ เพราะผู้ถูกร้องมีหลักฐานแสดงต่างๆเยอะแยะไปหมดในสำนวน ทำไมคุณเปิดซีกเดียว สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าเป็นการให้ร้าย เป็นการทำให้สังคมมีปัญหา เป็นการเมืองที่ย้ำอีกครั้งว่าสกปรกมาก“นายนภินทรกล่าว

ส่วนการที่นายพริษฐ์ระบุว่าวันนี้ติดเสวนา จึงมาฟังคำชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า ก็แล้วแต่สังคม หากคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ก็ต้องมาแค่สัมมนากับเรื่องนี้ คิดว่าเรื่องไหนสำคัญกว่ากัน ก็อยู่ที่จิตสำนึกของนายพริษฐ์ พร้อมย้ำว่าได้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับกกต. มาแล้ว 2 ครั้งและส่งเอกสารทั้งหมดให้แล้ว

เมื่อถามกรณีที่นายยิ่งชีพ เคยระบุว่าถ้าฝั่งรัฐบาลออกมาชี้แจง ก็พร้อมจะก้มหัวขอโทษ นายนภิทร กล่าวว่า ตนพูดความจริงแล้ว เขาจะว่าอย่างไร ก็ไม่รู้ แล้วแต่เขา เขาพูดด้วยคารมหรือทำจริง ตนพูดความจริงทั้งหมดแล้วเขาจะทำตามที่พูดหรือไม่ก็แล้วแต่เขา ตนไม่บังคับอะไรเขา เป็นสิทธิเสรีภาพ คนเราพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง คุณตำหนิผม กล่าวหาผม เจอกันที่ศาล

เมื่อถามกรณีที่ระบุว่าไม่จำเป็นต้องมาที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภิทร กล่าวว่า ก็ไม่จำเป็น ตนบอกไปแล้วว่าเบอร์โทรอะไร โทรมาได้เลย ถ้าถามมา ตนจะเปิดสปีคเกอร์โฟนให้สื่อมวลชนฟัง และจะตอบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตนแต่ถ้าไปถามเรื่องคนอื่น ตนตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงในสำนวน ฉะนั้นถ้าไปเปิดข้อเท็จจริงคนนั้นคนนี้ คุณเปิดข้างเดียว แต่กกต.ไม่สามารถออกมาโต้แย้งได้ มีเอกสารที่แสดงหักล้างได้เกือบหมด สังคมต้องให้ความเป็นธรรมพยายามฟังและชั่งน้ำหนักให้ได้