หน้าแรก การเมือง ชัชชาติ นำทีม...

ชัชชาติ นำทีมเคลียร์ ดาต้าเซ็นเตอร์กทม. มี3แห่ง ยันไม่กระทบใช้ไฟ-น้ำ สั่งหยุดให้ใบอนุญาตเพิ่ม พลังงานลุยฟันตุนน้ำมัน ‘เอกนิติ’ ถกบอร์ด4กันยา

3.09.26 | 06:20 น.

ชัชชาติ นำทีมเคลียร์ ดาต้าเซ็นเตอร์กทม. มี3แห่ง ยันไม่กระทบใช้ไฟ-น้ำ สั่งหยุดให้ใบอนุญาตเพิ่ม พลังงานลุยฟันตุนน้ำมัน ‘เอกนิติ’ถกบอร์ด 4 กันยา

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์, น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง(กปน.) และนายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สายงานวางแผนและนวัตกรรม) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ร่วมแถลงข่าวกรณีดาต้าเซนเตอร์ โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.ได้รับการแจ้งตั้งแต่มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 และได้สั่งหยุดไม่ให้ใบอนุญาตเพิ่มเติมตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ก่อน รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการอนุญาตเพิ่มเติมให้มีการสำรองคลังน้ำมัน กรณีข่าวในกรุงเทพมี 30-40 แห่งนั้น ส่วนหนึ่งมีมานาน แต่ช่วงหลังเทคโนโลยีเปลี่ยนไป รูปแบบธุรกิจเปลี่ยน และมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะมีขนาดใหญ่เพื่อให้บริการหน่วยงานอื่น ที่ไม่ใช่หน่วยงานตนเอง


“ที่ผ่านมามีดาต้าเซ็นเตอร์มาขออนุญาต กทม.ตั้งแต่ พ.ศ.2564-2565 ทั้งหมด 6 แห่ง ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง ตั้งแต่ปี 2565-2566 อีก 3 แห่งตอนนี้ให้ไปทบทวนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อน เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ไม่เคยมีนิยามในกฎหมาย เพราะฉะนั้นการขออนุญาตจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคลังสินค้า ซึ่งปัจจุบันต้องมีการทบทวนรายละเอียด ที่มีการกังวล คือ การใช้ไฟฟ้า ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพ ขนาดจะไม่ใหญ่ใช้ไฟฟ้า 20 กว่าเมกะวัตต์ ส่วนเรื่องน้ำ ดาต้าเซ็นเตอร์จะมีการผลิตความร้อนและต้องใช้น้ำในระบบหล่อเย็น ส่วนเรื่องน้ำเสียยังไม่มีข้อกระทบ แต่ต้องมอนิเตอร์ว่ามีการปล่อยน้ำอุณหภูมิสูงลงคูคลองหรือไม่” นายชัชชาติกล่าวและว่า

อีกเรื่องที่ประชาชนกังวลมาก คือ การสะสมน้ำมัน เพราะข้อกำหนดของดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีไฟสำรอง48 ชั่วโมง ทำให้ต้องสะสมน้ำมัน ซึ่งตามกฎหมายการสะสมน้ำมัน ถ้าสะสมโดยไม่แจกจ่าย ได้ไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่ถ้าจากนั้นแล้วจะติดเรื่องคลังน้ำมัน จะอยู่ในผังเมืองไม่ได้

นายเกษม สระทองฮัก กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพไม่ใช่ขนาดใหญ่ ใช้ไฟฟ้าแค่ขนาด 20 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริง 8 เมกะวัตต์ โดยไม่กระทบกับประชาชน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับห้างสรรพสินค้า หรือ โครงการใหญ่ๆที่ใช้ขนาด 100 เมกะวัตต์

Advertisement

ด้านายสุพิเชฐ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตกรุงเทพฯรายใหญ่ ใช้น้ำเฉลี่ยราว 7,800 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อเดือน น้อยกว่า สถานประกอบการ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จึงยังไม่เกิดผลกระทบต่อการใช้น้ำ ซึ่งการให้บริการน้ำประปายังเพียงพอต่อลูกค้าในเขตการประปานครหลวง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 4 กันยายน จะนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์)อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยเชิญผู้ว่าฯกทม. ผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณาแก้ปัญหาภาพรวมของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ อุดช่องว่างทางกฎหมายทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันเป็นอุตสาหกรรมใหม่ และมีผู้ประกอบการบางรายอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมในการดำเนินธุรกิจ

“หัวใจสำคัญในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมครั้งนี้ มุ่งบูรณาการกฎหมายของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมดูแล เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบการรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ยื่นขออนุญาตจัดตั้งโกดังคลังสินค้าแต่กลับลักลอบแอบแฝงเปิดเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปจัดการอย่างเด็ดขาด ขณะนี้บีโอไอกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการที่ลักลอบเปิดดาต้าเซ็นเตอร์โดยใช้ช่องโหว่อื่นๆนอกเหนือการกำกับดูแล และจะรื้อระบบใหม่ทั้งหมด รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าการทำดาต้าเซ็นเตอร์ต้องคำนึงถึงและไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นายเอกนิติ กล่าว

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริเวณถนนพระราม 9 ติดโรงพยาบาลพระราม 9 หลังประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิงนานกว่า 2 เดือน เกรงจะเกิดอันตรายปะทุระเบิดเนื่องจากอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น โดยพบว่า โครงการเป็นของกลุ่มทุนจากประเทศฝั่งตะวันออกร่วมทุนกับไทย ได้แอบติดตั้งถังและเก็บน้ำมันดีเซลสำรองสำหรับปั่นไฟฉุกเฉินสูงถึง 200,000 ลิตร โดยไม่ได้ใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย เจ้าพนักงานจึงสั่งให้ขนย้ายน้ำมันทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที

“วันนี้พบการสูบน้ำมันออกจากถังหมดแล้ว เหลือเพียงคราบติดค้างบางส่วน ในวันที่ 3 กันยายน กรมธุรกิจพลังงานจะไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 มาตรา 65 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจนร่วมกับกทม.จะไม่อนุญาตให้มีการขอจัดตั้งสถานที่เก็บน้ำมันเพื่อสำรองไว้เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชุมชนเมืองเด็ดขาด

สำหรับการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ วันที่ 4 กันยายนนี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับ กทม. กฟน. และ กปน.เร่งจัดทำหลักเกณฑ์จัดโซนนิ่ง ทบทวนการควบคุมอาคาร สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเตือนผู้ประกอบการให้ชะลอโครงการไว้ก่อนจนกว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะชัดเจน” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว