สมชัย แจ้ง 3 ข้อหา นัก กม.คนดัง พร้อมค้านประกัน ยันไม่ไกล่เกลี่ย ไม่สนแม้นักการเมืองคนไหนมาขอ
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์หลังถูก นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า วันนี้ปั่นจักรยานมาเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ ซึ่งเดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหมาย
นายสมชัย เล่าถึงเหตุการณ์บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ ว่า เมื่อเดินทางมาถึงได้พบกับนายณัฐวุฒิซึ่งแต่งกายใส่สูทยืนอยู่หน้า สน. ตนจึงยิ้มทักทายตามปกติ แต่นายณัฐวุฒิกลับพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ พร้อมใช้คำพูดด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขณะที่ตนยังอยู่บนจักรยาน นายณัฐวุฒิได้ผลักจักรยานจนตนล้มลงนอนหงายกับพื้น จากนั้นยังเดินเข้ามาด่าทอ ชี้หน้า และแสดงพฤติกรรมข่มขู่ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 2 นาย และผู้สื่อข่าวจากอย่างน้อย 4 ช่องที่บันทึกภาพและเสียงไว้ได้ทั้งหมด
เมื่อตนลุกขึ้นยืนและพูดว่าตำรวจต้องเข้ามาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย นายณัฐวุฒิได้ตรงเข้ามาดึงหมวกออกจากศีรษะของตน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายประสงค์ต่อทรัพย์ รวมถึงสร้างบาดแผลถลอกที่ขา 2 จุด ส่วนความเสียหายของจักรยานอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด
นายสมชัย ระบุว่า จะปรึกษาทนายความส่วนตัวเพื่อแจ้งความนายณัฐวุฒิเพิ่มเติมในข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งพิจารณาเรื่องการคัดค้านการประกันตัว ส่วนกรณีที่ถูกบูลลี่และเหยียดเพศ ต้องรอหารือกับทนายความว่าจะสามารถแจ้งข้อหาใดเพิ่มเติมได้บ้าง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวและต้องการให้ยุติการเคลื่อนไหวต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ เนื่องจากลงมือในสถานที่ราชการและต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ นายสมชัย ระบุว่า ขณะนี้นายณัฐวุฒิมีสถานะเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจจับกุมในความผิดซึ่งหน้าและเข้าสู่กระบวนการพิมพ์มือ ถ่ายรูปทำประวัติผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเองและทนายความได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์เป็นการกระทำอุกอาจในสถานที่ราชการ เวลากลางวัน ต่อหน้าตำรวจ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะขาดสติและไปทำร้ายผู้อื่นอีก
นายสมชัย ยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินคดีถึงชั้นศาลอย่างแน่นอน และปฏิเสธการเจรจาไกล่เกลี่ยทุกกรณี ไม่ว่าจะมีนักการเมืองหรือใครมาประสานให้ก็ตาม พร้อมท้าทายว่าหากมีใครมาช่วยไกล่เกลี่ยก็ขอให้เปิดหน้าออกมา จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
นายสมชัย ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่นายณัฐวุฒิมุ่งเป้ามาที่ตนเอง คาดว่ามาจากการที่ตนเองนำข้อมูลความจริงเกี่ยวกับประวัติของอีกฝ่ายมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องที่นายณัฐวุฒิมักแอบอ้างว่าลาออกจากราชการ ทั้งที่ความเป็นจริงถูกสั่งไล่ออกจากราชการ เมื่อตนเองกล้าออกมาพูดความจริง ทำให้ถูกมองเป็นปัญหาของอีกฝ่าย
นายสมชัย ระบุว่า ตนอยากเข้าไปเยี่ยมและดูสภาพนายณัฐวุฒิว่าสงบสติอารมณ์หรือยัง รวมถึงดูว่าตำรวจดูแลผู้ต้องหาอย่างไร แต่ตำรวจได้ห้ามไว้เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะหรือเกิดเรื่องขึ้นอีก พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนให้ตั้งข้อสังเกตและติดตามกระบวนการทำงานของตำรวจ โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการปล่อยตัวชั่วคราวภายใน 1 ชั่วโมง หากได้รับการปล่อยตัวจริงขอให้สื่อมวลชนสอบถามเหตุผลจากตำรวจว่าเหตุใดจึงปล่อยตัวผู้ที่มีพฤติกรรมอันตรายออกสู่สังคม และฝากถึงตำรวจว่าหากจะให้ประกันตัวก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของผู้เสียหาย เช่น ห้ามกระทำซ้ำในลักษณะเดิม
นายสมชัย ยืนยันว่าไม่ได้เกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย และหลังจากนี้เตรียมที่จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อนำมาใช้ประกอบหลักฐานในคดีต่อไป
ด้าน นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย วันนี้ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิในข้อหาแจ้งความเท็จและแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิได้ไปแจ้งความกล่าวหาการเปิดมูลนิธิของนายสมชัยว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย จึงต้องดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังมีคำพูดข่มขู่ในลักษณะที่ว่า “รู้ว่าบ้านอยู่แถวสถานทูตอินโดนีเซีย เดี๋ยวเจอกัน” ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย

