“ยุติธรรม” สั่งสอบ 2 ดีเอสไอเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น จ่อให้ออกจากราชการไว้ก่อน ย้ำไม่มีละเว้น
จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น “ตัวกลาง” ในการรับ – ส่งเงินจากเครือข่ายนายหน้าในพื้นที่เพื่อส่งต่อไปยังบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงจำนวนเงินสดที่เกี่ยวข้องในระดับสูงนั้น กระทรวงยุติธรรมได้รับทราบข้อมูลและพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 11 ก.ย.รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตามระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยทันที กรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษระดับชำนาญการพิเศษและระดับชำนาญการ มีข้อมูลและพยานหลักฐานอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยมีลักษณะเป็น “ตัวกลาง” ในการรับ-ส่งเงินจากเครือข่ายนายหน้าในพื้นที่ เพื่อส่งต่อไปยังบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร รวมถึงมีการกล่าวอ้างถึงจำนวนเงินสดที่เกี่ยวข้องในระดับสูง

กระทรวงยุติธรรมระบุว่า ได้รับทราบข้อมูลและพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง จึงสั่งการให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความโปร่งใสและปราศจากข้อครหา การดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2561 กฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 รวมทั้งประมวลจริยธรรมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ
กระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า ไม่มีนโยบายปกป้องหรือช่วยเหลือผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด และไม่มีการละเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานใดในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการรักษามาตรฐานด้านวินัยและจริยธรรมของข้าราชการ
กระทรวงยุติธรรมย้ำว่า ผู้ใดกระทำผิดต้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่า กระทรวงยุติธรรมจะยืนอยู่บนหลักความถูกต้อง และหากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกระทำผิด ต้องรับผิดและได้รับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

