ภาคประชาชน ปักหลักหน้า กกต.เชียงใหม่ เสิร์ฟกาแฟ 229 ช็อต จับตาวันชี้ชะตาคดีฮั้ว สว.
เมื่อวันที่ 14 กันยายน D’Conner – ประชาชนเหนือเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า
229 ช็อต เสิร์ฟถึงหน้า กกต. เชียงใหม่
จับตาวันชี้ชะตา ‘คดีฮั้ว สว.’
เช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 หน้า กกต. เชียงใหม่ ไม่ได้มีเพียงผู้คนที่มารอฟังคำตอบจากองค์กรอิสระ แต่ยังมี “กาแฟสด 229 ช็อต” วางเรียงรายอยู่ด้านหน้า
กาแฟแต่ละแก้วถูกเขียนชื่อสมาชิกวุฒิสภา พร้อมระบุกลุ่มอาชีพที่ใช้สมัครรับเลือกเป็น สว. ก่อนถูกนำมาวางเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อย้ำถึงจำนวน 229 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่ถูกเรียกว่า ‘คดีฮั้ว สว.’
กิจกรรมนี้ต่อเนื่องจากการปักหลักของภาคประชาชนหน้าสำนักงาน กกต. เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 13 กันยายน ภายใต้การเคลื่อนไหว #สั่งฟ้องสว เพื่อรอติดตามว่า กกต. จะมีมติต่อคดีที่ตั้งคำถามถึงกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันอย่างไร
ข้อมูลที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า คณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ประกอบด้วย สว. 138 คน เครือข่ายผู้สมัคร สว. 50 คน สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน และบุคคลในทีมงานอีก 20 คน
แต่คำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่ กกต.
ภาคประชาชนประกาศว่าจะยังปักหลักอยู่หน้า กกต. เชียงใหม่ เพื่อจับตาผลการพิจารณาอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่กำลังถูกตั้งคำถามไม่ได้มีเพียงว่า ใครจะถูกดำเนินคดีหรือไม่
แต่รวมถึงคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า
วุฒิสภาชุดนี้มาจากกระบวนการที่ประชาชนเชื่อถือได้หรือไม่
และองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ จะกล้าตรวจสอบอำนาจที่ถูกเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ไปจนถึงที่สุดหรือเปล่า
กาแฟ 229 แก้วอาจหมดได้ในเช้าวันเดียว
แต่คำถามต่อที่มาของ สว. และความรับผิดชอบของ กกต. ยังไม่จบง่าย ๆ
ในช่วงบ่ายกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายจะเดินทางมาสมทบเพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และร่วมลุ้นมติของ กกต. ว่าจะสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. หรือไม่
น.ส. นันทัชพร นักศึกษาป.โท คณะนิติศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า ประชาชนทุกคนอยากให้กกต. สั่งฟ้อง 229 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. แต่ที่มาของ กกต. ชุดนี้ก็มาจากการเลือกของ สว. จึงเป็นข้อท้าทายและคานอำนาจกันอยู่ว่า กกต.จะทำหน้าที่ได้เต็มที่ตามที่ประชาชนเจ้าของประเทศและเป็นผู้จ่ายภาษีต้องการหรือไม่ในการเปิดโปงระบบฮั้วเลือก สว.
ทั้งนี้หากกกต. สั่งฟ้องทั้ง 229 คน จะเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มาก อาจต้องจัดทำบุญใหญ่ทั้งประเทศ หรือหากฟ้องเพียงบางส่วนอาจทำให้ระบอบน้ำเงินเซๆ เพราะภาคประชาชนยังรวมตัวกันเหนียวแน่น แต่ถ้าไม่สั่งฟ้องเลย เชื่อว่าจะเป็นหมุดไม้หนึ่งที่ทำให้ภาคประชาชนลุกฮือขึ้นมารวมตัวกันและเคลื่อนไหวใหญ่ เพราะเห็นข้อมูลและแผนผังที่ไอลอว์เปิดโปงว่ามีเครือข่ายในการฮั้วเลือก สว. ทั้ง 229 คน เชื่อมโยงกันอย่างไร
“ ปัจจุบันภาคประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ทำให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ จะเอื้ออำนวยและตอบโจทย์ประชาชนได้จริงหรือไม่ เชื่อว่าวันนี้ประชาชนได้เห็นแล้ว จังหวะต่อไปจากนี้ประชาชนจะมีอำนาจและมีการเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อเปิดโปงรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว.“ น.ส.นันทัชพร กล่าว


