หน้าแรก การเมือง สาธิต ลั่น คด...

สาธิต ลั่น คดีฮั้ว สว. ต้องเอาควาญช้างมาลงโทษ เผย ปชป.ช่วยร่างฟ้อง ม.157 ขอปชช.อย่าทิ้งกลางทาง​

19.09.26 | 16:04 น.

สาธิต​ ชี้​ ขบวนการฮั้วสว.​ ไม่ใช่แค่เอาช้าง​ แต่ต้องเอาควาญช้างมาลงโทษ​ บอกระหว่างทางอาจต้องมีขุนพลบาดเจ็บล้มตาย​ ต้องให้กำลังใจ​ วันนี้สู้ชนะมาครึ่งทางแล้ว​ ขอปชช.อย่าทิ้งกลางทาง​ ขณะที่ปชป.เดินหน้าช่วยร่างฟ้องม.157-​ม.49 แม้เป็นเรื่องยากฟ้ององค์กร​อิสระ​ แต่มีประสบการณ์​ แนะ​ จบงานนี้เตรียมลงสัตยาบัน​เดินหน้าแก้รธน.เอาให้ชัดที่มาสว.​ อย่าโลกสวย

เมื่อเวลา​ 14.10 น.​ ที่โรงแรมแบงค็อก​ มิดทาวน์​ ราชเทวี​ นายสาธิต​ ปิตุเตชะ​ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวในการเสวนา​ “โกงสว.จุดเริ่มต้น​ กินรวบประเทศ” ว่า​ การต่อสู้นี้ยังอีกยาวนาน​ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าตัวพรรคการเมือง​ ตัวผู้แทน เวลาสู้กับอำนาจไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐหรืออำนาจใดก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่จะต้องใช้พลัง เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ที่ประชาชนมอบให้ แต่เราต้องให้กำลังใจให้เดินไปด้วยกันคือภาคประชาชน ที่ไม่ทิ้งกัน ซึ่งมีกระบวนการทั้งในเชิงกฎหมายโครงสร้าง​ อำนาจ​ การสื่อสาร เพื่อที่จะเซาะกร่อน​ ของการรับรู้ ซึ่งทุกคนช่วยกันเดินหน้าต่อ


“ไม่ใช่แค่ เอาตัวช้างมาด้วย แต่ต้องเอาควาญช้างมาด้วย ซึ่งการที่จะเอาควาญช้างมา​ ก็ต้องมีคนล้มตาย​ คนล้มตายก็ต้องร่วมไปให้กำลังใจ​ ไปงานศพ แถมอีกคนหนึ่งตายอีกคนหนึ่งจะไปต่อด้วย นี่คือเรื่องจริง​ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องสนุก​ หรือเรื่องตลก​ เพราะประเทศหากเดินผ่านเรื่องนี้ไป​ หรือหากมองข้ามไป ก็จะใกล้เคียงกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าเราสามารถบอกว่ามีเรื่องใหม่เข้ามาแล้ว น่าสนใจมากกว่า และสำคัญมากกว่า กำลังจะทำให้ประเทศถดถอยตามความรู้สึกของคนหลายคน เมื่อประชาชน​ทราบข้อมูลแล้ว เราจะต้องบันทึกข้อมูลเรื่องราวพฤติกรรม เพื่อที่จะไปสู่การเปลี่ยนแปลงโดยทุกภาคส่วน” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต​ กล่าวอีกว่า​ หลังจากเกิดปรากฏการณ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่กกต.ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัย​ จุดสำคัญอยู่ที่เขาไม่ส่งสิ่งที่อนุกรรมการชุดที่​ 26 ตั้งขึ้นมา มีพยานหลักฐานมากมายไปยังศาล การไม่ส่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเดินหน้าต่อทางกฎหมาย ว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นต่อไป​ ที่จะเอาตัวควาญช้างลงมาด้วย​ และจะมีผลกระทบระหว่างทาง เพราะฉะนั้นผู้เสียหายที่ไปพบนายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ หัวใจคือ การร่างคำฟ้อง ซึ่งพรรคฯมีประสบการณ์​ ในการร่างฟ้องพอสมควร​ ที่ทำให้เห็นถึงเจตนาพิเศษ แต่ยอมรับว่าการร่างคำฟ้องตามมาตรา 157 ไม่ใช่ฟ้องง่าย​ ถูกออกแบบมาให้เล่นงานคนที่อยู่ในองค์กรอิสระได้ยาก

Advertisement

นายสาธิต​ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นการออกแบบเช่นนี้คงไม่ได้ทำถูกใจประชาชน​ แต่ต้องทำให้เกิดผลให้ได้มากที่สุด​ และนี่คือวุฒิภาวะของคนที่จะเดินหน้าสู้กับผู้มีอำนาจ การทำให้กระบวนการทุกอย่างเดินไปให้เข้าทาง​ ประชาชนทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันให้เต็มที่ และการพูดของนายอภิสิทธิ์​ ในมาตรา 49 ในการล้มล้าง การปกครอง มีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ เคยเขียนไว้ เทียบเคียงหรือไม่​ เป็นเรื่องในสำนวนที่อาจจะพูดไม่ได้ แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางหรือไม่ที่นักกฎหมายสนับสนุน​

นายสาธิต​ กล่าวว่า​ ตนคิดว่ามีคอนเนคชั่น​ ในหลายเรื่องที่คนอาจจะถูกใจ​ หรือชอบใจ​ เรื่องที่รัฐบาลทำหลายเรื่อง​ แต่เรื่องนี้ยอมไม่ได้ เพราะขบวนการหรือขบวนการช้าง หมายถึงตัวใหญ่​แทรกซึมซึมลึกไปเกาะกินในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ​ และเชื่อมโยงกันอย่างยากมาก จึงต้องเริ่มต้นจากพยานหลักฐานในคณะอนุ​ฯชุดที่ 26 และพัฒนาการคือ​คณะอนุฯชุดที่ 36​ ที่กกต. เสียงข้างมาก 5 คน​ ยึด​และมีเสียงข้างน้อย 2 คน ที่พูดชัดตรงกับคณะอนุฯชุดที่ 26 ทุกอย่าง​ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง​ ไม่ใช่เชื่อพยานที่กลับคำให้การ แต่พูดถึงประจักษ์พยานที่พูดถึงการชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐาน​ ก็ต้องเลือกเชื่อประจักษ์พยานกับสิ่งแวดล้อม​ที่เกิดขึ้น​ รวมไปถึงผลที่เกิดขึ้นนี่คือหลัก

“แต่จะทำอย่างไร​ เราจะสู้แล้วชนะ​ วันนี้มาครึ่งทางแล้ว เป็นไปตามวาระ ขอชื่นชม​ไอลอว์ในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีแผล เป็นแม่ทัพอาจจะต้องบาดเจ็บ และคงจะมีทหารราบบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง​ เราก็ต้องต่อสู้ต่อไป​ แต่เป้าหมายของเราคือขจัดสิ่งที่ไม่ถูกต้องออกจากประเทศนี้​ และขจัดพฤติกรรม​ ไม่ว่าใครก็ตามที่มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้อย่าเอาไว้ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มีสื่อมวลชนก็ยาก ไม่เคยมีสื่อมวลชนที่เล่นเรื่องเดียวกันหรือพิธีกรพูดเหมือนกันหมด​ จึงต้องขอบคุณพวกเขา ขอปรบมือให้สื่อฯ​” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต กล่าวด้วยว่า คำว่าผู้เสียหาย โดยวิชาชีพการตีความ ตนมั่นใจว่า ผู้สมัครส.ว. ต้องมาช่วยกันในการผลักดัน​ ว่าเข้าข่ายมาตรา 49 ล้มล้างการปกครองหรือไม่​ ต้องมาดูซึ่งจะเดินควบคู่ไปกับพัฒนาการของความถูกต้อง ที่มีมาเสมอ และเชื่อว่าพัฒนาการความถูกต้องจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง และสุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญ​ แม้จะถูกแบบออกแบบให้ยาก​ หากส.ว.ยังเป็นชุดเดิม​ จะเดินไม่ได้​ จะเป็นอุปสรรค​ หรืออะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้น มันทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ถึงเวลานั้น​ประชาชนจะมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเรา​ ทั้งที่เรื่องนี้มีความเห็นร่วมกันเยอะมาก​ มันเป็นขบวนการช้าง​ ไม่ใช่งวง​

“จบงานนี้ ต้องทำสัตยาบันร่วมกัน ไปแก้รัฐธรรมนูญ​ ในเรื่องที่มาส.ว.เอาให้ชัด​ ถ้าโลกสวยมันจะไม่สำเร็จเอานะ การออกแบบในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกส่วนจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน ออกแบบให้เดินได้​ อย่าไปตีกันระหว่างทาง​ ซึ่งไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร​ แต่มีความเสี่ยง ผมคิดว่าตอนนี้ประชาชนทั่วไป​ 70-80% รู้เท่ากันแล้วว่า พฤติกรรมเช่นนี้ อยู่ในประเทศนี้ไม่ได้ แต่จะหาช่องทางในกฎหมายอย่างไร เพื่อให้เริ่มต้นพัฒนาการ​ และนำไปสู่การเอาควาญช้างมาลงโทษให้ได้​ คือสิ่งที่ต้องร่วมกันทำ​ และนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ” นายสาธิต กล่าว