หน้าแรก การเมือง สภามีมติเอกฉั...

สภามีมติเอกฉันท์บุคคลล้มละลายไม่ต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการ

23.09.26 | 13:40 น.

สภามีมติเอกฉันท์ ร่างกม.ล้มละลาย ฉบับกมธ.ร่วมแก้ไข ให้บุคคลล้มละลายไม่ต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการ ด้าน “อภิสิทธิ์” จี้ “รัฐบาล” ออกกฎหมายกลาง แก้ปัญหาลักลั่น ปม มาตรฐานลูกหนี้ล้มละลาย รับราชการ หลังพบให้สิทธิเฉพาะลูกหนี้ล้มละลายเฉพาะผู้ได้อนุมัติแผนฟื้นฟู


เมื่อวันที่ 23 กันยายน  ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.ร่วมกันของสองสภาฯ พิจารณาแล้วเสร็จ โดยมีสาระสำคัญคือการยืนยันเนื้อหาของสภาผู้แทนราษฎร ให้ข้าราชการที่เข้ากระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ยังถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการ หลังจากที่วุฒิสภามีการตัดเนื้อหาดังกล่าวออก

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 444 เสียง ต่อ 0 งดลงมติ 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ในการอภิปรายของ ส.ส. ช่วงหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนสนับสนุนให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบทางการเงินสามารถฟื้นฟูตนเองและกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่ในรายละเอียดแล้ว

ตนเห็นว่าในมาตราที่แก้ไข ว่าด้วยให้ลูกหนี้ล้มละลายที่เข้าสู่กระบวนการและได้รับการอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ ไม่ขาดคุณสมบัติในการรับราชการ แม้ต่อมาจะถูกพิทักษ์ทรัพย์ก็ตาม โดยกรณีดังกล่าวอาจสร้างปัญหาและเกิดความลักลั่นในระบบราชการ เพราะเท่ากับให้สิทธิ์เฉพาะผู้ล้มละลายที่ได้รับอนุมัติแผนฟื้นฟูเท่านั้น แต่กลุ่มผู้ล้มละลายสุจริตในกรณีอื่นๆ หรือกรณีที่ศาลไม่อนุมัติแผน จะไม่ได้สิทธิ์ดังกล่าว ถือเป็นความลักลั่นและเลือกปฏิบัติ

Advertisement

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในเชิงหลักการ รัฐธรรมนูญและกฎหมายปัจจุบันยังคงจำกัดสิทธิ์ผู้ล้มละลายในบางตำแหน่งราชการ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาระหน้าที่และการดูแลทรัพย์สินของรัฐ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหารัฐบาลต้องมีมาตรฐานกลาง เพื่อแก้ไขเรื่องคุณสมบัติผู้ล้มละลายรับราชการในภายหลัง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและสับสนต่อการบังคับใช้กฎหมาย

“ผมมองว่ารัฐบาลควรตรากฎหมายกลางเป็นการเร่งด่วน โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องผลักดันการออกกฎหมายกลาง ความยาวเพียง 2–3 มาตรา เพื่อแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายสิบฉบับพร้อมกัน ซึ่งจะครอบคลุมและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ล้มละลายโดยสุจริตทุกคนอย่างเท่าเทียม”นายอภิสิทธิ์ กล่าว