ทางเดียว กกต. ต้องยื่นฟ้องตามมาตรา 62 เพิกถอน ส.ว. จำนวน 229 คน
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดำเนินการไต่สวนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก ส.ว. ด้วยข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 รวม 7 ข้อหา ได้แก่ข้อหาตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคสอง, 36 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 70, 77 (1), 77 (3), 79 และ 81 จากนั้นได้มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรวม 77 คน ประกอบด้วย ส.ว. จำนวน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือกจำนวน 36 คน และบุคคลอื่นจำนวน 15 คน นั้น
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า บุคคลที่กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น มิได้มีเพียง 77 คน ตามที่ กกต. มีมติให้ดำเนินคดี หากแต่ประกอบด้วยบุคคลจำนวนประมาณ 229 คน ตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นให้ดำเนินคดี โดยพิจารณาจากวิธีการลงคะแนนของผู้สมัครที่การลงคะแนนออกมาเป็นกลุ่มก้อนคล้ายหรือเหมือน ๆ กัน ซึ่งในทางสถิติอันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้สามารถพิสูจน์ได้ว่า การลงคะแนนดังกล่าวของผู้สมัครเกิดจากการสมคบกันโดยแบ่งหน้าที่กันทำลงคะแนนตามโพยที่มีผู้จัดทำให้ เพื่อให้ผู้สมัครจำนวนประมาณ 138 คน ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1 – 7 ของแต่ละกลุ่มอาชีพได้รับเลือกเป็น ส.ว. วิธีการลงคะแนนดังกล่าวสามารถกำหนดผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ได้ล่วงหน้า ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย จึงเรียกร้องให้ กกต. แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นจำนวน 229 คน ตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นให้ดำเนินคดี ด้วยข้อกล่าวหาตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ กกต. ยังไม่เคยแจ้งและไต่สวนบุคคลดังกล่าวตามมาตรานี้มาก่อน โดยมีพยานหลักฐานได้แก่ใบลงคะแนนของผู้สมัครที่มีวิธีลงคะแนนตามโพยที่มีผู้จัดทำให้ พยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนของชุดที่ 26 และใบโพยทั้งหลายซึ่งมีอยู่ในความครอบครองของ กกต. แล้ว
พร้อมกันนี้ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ผู้สมัครที่เสียประโยชน์จากการทุจริตการเลือกซึ่งเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการเลือกจำนวน 229 คนดังกล่าว ด้วยข้อกล่าวหากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง เพื่อให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวต่อไป

