สหัสวัต ชี้ คำวินิจฉัยศาลรธน. บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดกฎหมาย แต่ กระทบความเชื่อมั่น ย้อนแย้ง ให้กกต.เลิกใช้รูปแบบสืบย้อนกลับคนลงคะแนน
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสิน คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตนจะสรุป คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้เข้าใจง่ายๆ อย่างที่ทุกคนทราบ มันมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และสามารถเอาไปสืบย้อนดูได้ว่า ใครเลือกพรรคไหน เพราะบาร์โค้ดบนบัตรมีหมายเลขที่โยงกลับไปหาต้นขั้วบัตรได้ และที่ต้นขั้วก็มีข้อมูลว่า บัตรใบนี้ถูกแจกให้คนลำดับไหน
นายสหัสวัต ระบุว่า ทีนี้ถ้าเราเอาไปเทียบกับบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ ก็สามารถไล่กลับไปถึงตัวคนได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าเอาเอกสาร 3 อย่างมาวางเทียบกัน ได้แก่ บัตรเลือกตั้ง + ต้นขั้วบัตร + บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิก็สามารถรู้ได้ว่า บัตรใบนี้เป็นของใคร และกากบาทเลือกพรรคอะไร ตรงนี้ศาลบอกว่า เป็นไปได้เลย แต่เหตุผลที่ศาลบอกว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คือ ศาลมองว่า ในทางปฏิบัติ การจะเอาเอกสารทั้ง 3 ชุดมารวมกันเพื่อไล่ดูว่าใครเลือกใคร ทำได้ยาก เพราะหลังเลือกตั้ง เอกสารเหล่านี้มีขั้นตอนจัดเก็บและอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่หลายส่วน ถ้าคนนอกจะทำ ก็ต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าถึงเอกสารพวกนี้ได้ ซึ่งถ้าทำโดยไม่มีอำนาจก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
“ศาลยังบอกด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า มีใครเอาระบบนี้ไปใช้ ไล่ดูจริงๆ ว่าประชาชนคนไหนเลือกพรรคอะไร เพราะฉะนั้น ศาลจึงสรุปว่า แม้บาร์โค้ดจะทำให้สืบย้อนถึงคนลงคะแนนได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญ” นายสหัสวัต ระบุ
นายสหัสวัต ระบุว่า ส่วนบัตร สส. แบบแบ่งเขต ศาลเห็นว่าไม่ได้เชื่อมกลับไปถึงตัวคนได้ตรงๆ แบบบัตรบัญชีรายชื่อ และการจะระบุตัวว่าใครเลือกใครทำได้ยากมาก อีกเรื่องที่สำคัญคือ ศาลตีความว่า คำว่า “เลือกตั้งโดยลับ” นั้น “ไม่ได้แปลว่าห้ามมีระบบตรวจสอบย้อนหลังทุกกรณี”
นายสหัสวัต ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า กกต. สามารถมีระบบเอาไว้ตรวจสอบบัตร ป้องกันบัตรปลอม ป้องกันเอาบัตรไปใช้ผิดเขต หรือเอาไว้ตรวจสอบการทุจริตได้ ศาลจึงรับเหตุผลของ กกต. ว่า การมีบาร์โค้ดมีไว้เพื่อควบคุมและตรวจสอบบัตร ไม่ได้มีไว้เพื่อดูว่าประชาชนเลือกใคร
แต่ตอนท้าย ศาลก็พูดชัดเหมือนกันว่า ระบบแบบนี้กระทบความเชื่อมั่นของประชาชน และแนะนำว่า ต่อไป กกต. ควรออกแบบบัตรเลือกตั้งให้ยังตรวจสอบและป้องกันการโกงได้ แต่ “ไม่ควรใช้รหัสหรือเครื่องหมายที่สามารถเอาไปเชื่อมย้อนกลับจนรู้ได้ว่า คนไหนเลือกใคร”
”สรุปสั้นๆคือ ศาลรับว่า บาร์โค้ดบนบัตรบัญชีรายชื่อสามารถใช้สืบย้อนว่าใครเลือกพรรคไหนได้ แต่ศาลเห็นว่าการทำจริงต้องเอาข้อมูลหลายชุดมาประกอบกัน ทำได้ยาก และยังไม่มีหลักฐานว่ามีการทำจริง จึงวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมบอก กกต. ว่า ต่อไปควรเลิกใช้วิธีที่สามารถไล่ย้อนกลับถึงตัวคนลงคะแนนได้ อ่านแล้วคิดยังไงกันครับประชาชน“นายสหัสวัต ระบุ

