‘ณัฐพงษ์’ ลงพื้นที่รังสิตพบหลายชุมชนน้ำยังท่วมถึงเข่า-รถเล็กเสี่ยงสัญจรไม่ได้ จี้ ‘รัฐบาล’ แก้ระบบระบายน้ำ ชี้ศักยภาพทำงานแค่ 60% หลังปล่อยประชาชนจมทุกวัน
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รังสิต จ.ปทุมธานี หลังหลายชุมชนยังเผชิญน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน พร้อมนำข้าวสาร อาหารแห้ง และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่พบว่า หลายซอยยังมีน้ำท่วมตั้งแต่ระดับน่องถึงเข่า รถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่รถยนต์ขนาดเล็กมีความเสี่ยง ประชาชนบางส่วนจึงต้องอาศัยรถกระบะและความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ในการเดินทางเข้าออกชุมชน ปัญหาสำคัญคือระดับน้ำภายในชุมชนแทบไม่ลดลง เนื่องจากระดับน้ำในคลองสายหลักยังอยู่ในระดับสูง เมื่อหมู่บ้านและพื้นที่ย่อยสูบน้ำออกสู่คลอง แต่คลองไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้เร็วเพียงพอ น้ำจึงค้างอยู่ในระบบและย้อนกลับมาเป็นปัญหากับชุมชนต่อเนื่อง

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ก่อนเดินทางมา จ.ปทุมธานี ตนได้ร่วมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครมา และพบปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ซอยลึกที่ระดับน้ำภายในซอยแทบเสมอกับระดับน้ำในคลอง เมื่อคลองไม่ลด น้ำในชุมชนก็ไม่สามารถลดลงได้
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ จากการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำเข้าชี้แจง พบว่าศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นในออกสู่พื้นที่รอบนอกยังทำงานได้เพียงประมาณ 60% ทำให้ไม่สามารถนำน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปทุมธานีได้รวดเร็วเท่าที่ควร

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ปัญหาอีกส่วนอยู่ที่การบริหารประตูระบายน้ำบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ ซึ่งยังมีข้อจำกัดจากข้อตกลงเดิมระหว่างหน่วยงานและพื้นที่ข้างเคียงเพื่อป้องกันไม่ให้การระบายน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปซ้ำเติมอีกพื้นที่หนึ่ง แต่ในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องมีผู้บริหารส่วนกลางตัดสินใจและประสานระบบทั้งหมด ให้การสูบน้ำจากพื้นที่ชั้นในกับการระบายออกบริเวณรอบนอกเดินไปพร้อมกันได้
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า การแจกอาหาร น้ำดื่ม และยาให้ประชาชนยังจำเป็น ตราบใดที่ระดับน้ำยังสูงจนประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในเวลานี้คือ คำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะระบายน้ำออกได้เท่าไร และน้ำจะลดเมื่อใด

“ในขณะที่น้ำหน้าบ้านประชาชนยังท่วม แต่เครื่องสูบน้ำที่จะระบายออกไปทางอ่าวไทย เจ้าพระยา บางปะกง หรือนครนายก ยังทำงานได้แค่ 60% แบบนี้มันให้เหตุผลมาตอบคำถามไม่ได้ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร และจะทำอย่างไรให้ระบบกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วมต่อสภา โดยให้เหตุผลว่ามอบหมายงานให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น แม้แต่ละหน่วยงานและรัฐมนตรีจะมีหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง แต่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภาเช่นเดียวกัน
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงโจทย์ว่าหน่วยงานใดมีเครื่องสูบน้ำกี่เครื่อง แต่เป็นคำถามว่ารัฐบาลจะสามารถสั่งการและประสานระบบระบายน้ำทั้งหมดให้ทำงานเต็มศักยภาพได้เร็วเพียงใด เพราะทุกวันที่น้ำยังไม่ลดคืออีกหนึ่งวันที่ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมหน้าบ้านโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด





