‘บิ๊กดุลย์‘ เช็กความพร้อมเหล่าทัพก่อนประชุมกองบัญชาการ ปภ.แห่งชาติ รับฟังปัญหาหน้างาน–สรุปกำลังสนับสนุน ย้ำ ‘พื้นที่เป็นผู้นำ กองทัพเติมในส่วนที่ขาด’ เร่งช่วยประชาชนให้ตรงจุด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือร่วมกับผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาและข้อขัดข้องจากหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ รวมทั้งสรุปภาพรวมกำลังและทรัพยากรที่กองทัพสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากพื้นที่เข้าสู่การวางแผนและการตัดสินใจในระดับนโยบาย

ในการหารือ หน่วยต่าง ๆ ได้รายงานภาพรวมการสนับสนุนทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมการระบายน้ำ การเคลื่อนย้ายและช่วยเหลือประชาชน การประกอบเลี้ยง การแพทย์ ตลอดจนการสนับสนุนกำลังพล เรือ ยานพาหนะ และเครื่องมือต่าง ๆ โดยเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และเสริมกำลังในจุดที่ยังมีความต้องการ
ด้านการสนับสนุนทางน้ำ กองทัพจัดเรือเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่าง ๆ รวมประมาณ 95 ลำ สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการจัดเรือสนับสนุนภารกิจระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะบริเวณลาดกระบัง คลองประเวศบุรีรมย์ และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเตรียมเรือเพิ่มเติมเพื่อสามารถสนับสนุนได้ทันทีเมื่อได้รับการประสานจากพื้นที่
ด้านอาหารและการดำรงชีพ มีการจัดรถประกอบอาหารลงพื้นที่และแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนแล้วประมาณ 35,000 ชุด พร้อมเตรียมเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,500 ชุด โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีรถประกอบอาหารสนับสนุนรวม 12 ชุด และได้เพิ่มกำลังการผลิตในพื้นที่เขตสะพานสูงจากวันละ 1,500 ชุด เป็น 3,000 ชุดต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน

ด้านการแพทย์ จัดชุดแพทย์ลงพื้นที่ร่มเกล้า 5 ชุด ให้บริการประชาชนแล้ว 918 ราย พร้อมสำรวจความต้องการสิ่งของจำเป็นในแต่ละพื้นที่ ทั้งถุงดำ ยากันยุง ยารักษาโรค อุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ กระดาษชำระ ผ้าอ้อม และผงฆ่าเชื้อโรค เพื่อจัดหาและส่งต่อความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการจริง
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหม โดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร ได้สนับสนุนเวชภัณฑ์สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบด้วย ยาผงโรยเท้า 3,500 ขวด โลชั่นป้องกันผิว 3,500 ขวด และยาโคลไตรมาโซล ซึ่งเป็นยาต้านเชื้อรา จำนวน 5,000 หลอด เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน กองทัพยังจัดกำลังพลประมาณ 200 นาย สนับสนุนภารกิจ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งการคัดแยกและลำเลียงสัมภาระตกค้าง เพื่อเร่งส่งคืนแก่ผู้โดยสาร และช่วยให้การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
พล.ท.อดุลย์ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์และความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยให้ หน่วยงานเจ้าของพื้นที่เป็นผู้กำหนดความต้องการและเป็นผู้นำในการปฏิบัติ ขณะที่กองทัพทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุน เติมกำลังและทรัพยากรในส่วนที่ยังขาด เพื่อให้ทุกหน่วยทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน และนำทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้ในพื้นที่ที่จำเป็นที่สุด
ทั้งนี้ ข้อมูล ปัญหา และข้อขัดข้องที่ได้รับจากหน่วยปฏิบัติ จะนำเข้าสู่การหารือในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อเชื่อมการแก้ไขปัญหาระหว่างระดับพื้นที่กับระดับนโยบาย และเร่งให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด

