“เจเศรษฐ์” รับห่วงทุกพื้นที่เหตุระบายน้ำยังไม่สมบูรณ์แบบ100% ภาคกลาง-ใต้ ต้องเฝ้าระวังพิเศษ ซัดไม่ใช่เวลาเล่นการเมือง หลังมีดราม่าจับผิด ถุงยังชีพลงแต่พื้นที่รัฐบาล
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ทึ่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากมีน้ำท่วมต่อเนื่อง กินระยะเวลา 9-10 วันแล้ว และมีน้ำท่วมขังกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง มีประชาชนอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงเป็นจำนวนมาก โดยนายกฯ จะลงพื้นที่ไปดูความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะเห็นปัญหาในพื้นที่รวมทั้งบูรณาการแก้ไขกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก
เมื่อถามว่าสถานการณ์ฝนจะมีแนวโน้มซ้ำเติมในพื้นที่อีกหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวยอมรับว่ามีและตอนนี้ยังต้องเฝ้าระวังสูงสุด ซึ่งมีความเป็นห่วงทุกพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์สาธารณภัย เพราะตอนนี้แม่น้ำ และทางระบายน้ำประสิทธิภาพในการระบายน้ำยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% มีปัญหาน้ำค้างท่อยังต้องใช้เวลาในการระบายลงสู่อ่าวไทย เพราะฉะนั้นไม่ว่าปริมาณฝนที่จะตกลงมาจะมากหรือน้อยก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน แต่จะส่งผลมากน้อยขนาดไหนคงต้องดูอีกครั้ง ซึ่งจากการคาดการณ์พบว่าจะมีปริมาณฝน ทั่วทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีดราม่าเรื่องถุงยังชีพในหลายพื้นที่เช่น ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก กาญจนบุรี และอ่างทอง ถูกนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ทางการเมืองของพรรครัฐบาล นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ถุงยังชีพของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ทุกเขต ทุกพื้นที่ที่มีการร้องขอมายังส่วนกลาง และวันนี้ถุงยังชีพของปภ.ถูกจัดส่งมากที่สุดในประเทศคือ ที่กรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเราเลือกปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ ขณะที่ทรัพยากรทุกอย่างที่ปภ.มี ก็จัดส่งไปมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯเช่นกัน ตนในฐานะรัฐมนตรีก็ลงพื้นที่ ไม่ได้เลือกว่าเป็นพื้นที่ของ สส. พรรคไหน วันนี้ต้องมองข้ามสถานการณ์ทางการเมือง หากยึดติดกับเรื่องการเมืองก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว
วันนี้หากมีการขุดเรื่องถุงยังชีพลงไปในพื้นที่รัฐบาล คนก็ไม่กล้านำถุงยังชีพไปให้ และหากเป็นพื้นที่ของฝ่ายค้านคนก็ไม่กล้านำถุงยังชีพเข้าไปให้อีก สุดท้ายคนที่เดือดร้อนคือประชาชน ขอฝากคนที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมา ตนว่าไม่ใช่เรื่อง และไม่ใช่เวลาใช้สถานการณ์นี้โยงว่าเป็นเรื่องพื้นที่ใคร




