รองโฆษก รบ. ป้อง ‘นายกฯ’ ไม่ได้ให้อพยพทิ้งสัตว์เลี้ยง แค่เตือนอย่ารอน้ำสูง ยํ้าอย่าตีความจนคลาดเคลื่อน พร้อมพิจารณาจัดโซนสัตว์เลี้ยงในศูนย์พักพิง
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงระหว่างการอพยพจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ขอให้เข้าใจเจตนาของนายกรัฐมนตรีให้ตรงกันว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องการสื่อสารคือขอให้ประชาชนอย่ารอจนระดับน้ำสูงถึงขั้นที่การอพยพทั้งคนและสัตว์ทำได้ยากหรือเป็นอันตราย ไม่ใช่การบอกให้ประชาชนทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน
“สำหรับหลายครอบครัว สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในบ้าน รัฐบาลเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่สิ่งที่เราไม่อยากเห็นคือ เจ้าของเป็นห่วงสัตว์จนตัดสินใจไม่อพยพ และสุดท้ายเมื่อน้ำสูงขึ้น การช่วยเหลือจะยิ่งยากและเสี่ยงทั้งกับคนและสัตว์ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือกลุ่มเปราะบาง ดังนั้น อย่านำคำเตือนเรื่องความปลอดภัยไปตีความว่าเป็นการบอกให้ประชาชนทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง” น.ส.ลลิดากล่าว
- นายกฯกังวล ฝนตกหนักระลอกใหญ่ภาคใต้ 4-10 ต.ค.ชี้ ถ้าต้องอพยพเซฟตัวเองก่อน อย่าห่วงแต่สัตว์เลี้ยง
- ปริญญา ซัด อนุทิน ไม่เข้าใจคนรักสัตว์ ชี้ศูนย์พักพิงต้องจัดโซนให้ ไม่ใช่ไปห้ามพาออกจากบ้าน
น.ส.ลลิดากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอให้มีพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยงแยกจากพื้นที่นอนและพื้นที่ประกอบอาหารของประชาชน เป็นข้อเสนอที่รัฐบาลพร้อมรับไปพิจารณาตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ เพราะการแก้ปัญหาที่เหมาะสมไม่ใช่การให้ประชาชนเลือกระหว่าง “ตัวเอง” กับ “สัตว์เลี้ยง” แต่ต้องบริหารให้สามารถอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างปลอดภัยทั้งสองฝ่าย โดยไม่สร้างปัญหาด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยภายในศูนย์พักพิง
“รัฐบาลพร้อมรับข้อเสนอที่ช่วยให้การอพยพทำได้ดีขึ้น แต่ขอให้แยกให้ออกระหว่างข้อจำกัดของศูนย์พักพิง กับการห้ามนำสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน นายกรัฐมนตรีไม่ได้บอกให้ใครทิ้งสัตว์ สิ่งที่ท่านย้ำคืออย่ารอให้น้ำสูงจนสายเกินไป เพราะเมื่อถึงจุดนั้นไม่เพียงประชาชนที่จะเสี่ยง แต่สัตว์เลี้ยงที่เรารักก็จะเสี่ยงไปด้วย” น.ส.ลลิดากล่าว
น.ส.ลลิดากล่าวอีกว่า หากประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมีสัตว์เลี้ยง ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นว่ามีสัตว์กี่ตัวและต้องการความช่วยเหลืออย่างไร เพื่อให้สามารถประสานการดูแลได้อย่างเหมาะสม หากต้องการความช่วยเหลือสามารถประสานผ่านสายด่วนนิรภัย 1784

