หน้าแรก การเมือง นายกฯรับทราบ ...

นายกฯรับทราบ ปชช.รื้อคันกั้นน้ำปราจีน-นครนายก ปภ.รับวิกฤตทั้งคู่ เร่งผลักดันน้ำออกจากบางปะกง

6.10.26 | 11:22 น.

นายกฯ รับทราบปม ปชช.รื้อคันกั้นน้ำปราจีนบุรี-นครนายก ด้านอธิบดี ปภ.ชี้ต้องทำความเข้าใจ เร่งติดตั้งเรือผลักดันน้ำปลายแม่น้ำบางปะกง พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำใต้ 10 วันอันตราย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ถึงการส่งคนไปแก้ไขปัญหาที่ประชาชนระหว่าง จ.ปราจีนบุรีและนครนายกกระทบกระทั่งกันกรณีรื้อคันกั้นน้ำว่า ได้ส่งคนไปดูแล้ว ขอให้ไปถามรายละเอียดจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.


ด้านนายนิรัตน์กล่าวว่า ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งฝั่งเหนือคันกั้นน้ำและใต้คันกั้นน้ำ ว่าทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร และต้องประเมินด้วยว่าฝั่งไหนจะได้รับผลกระทบ รวมถึงต้องกั้นในระดับไหน มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด จะช่วยเยียวยาเขาอย่างไร และเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ด้วย ซึ่งทางฝั่งเหนือน้ำจะต้องรับน้ำมากกว่าอยู่แล้ว แต่คันกั้นน้ำมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางน้ำว่าจะให้ไหลไปยังทิศทางใด หรือ ป้องกันพื้นที่อย่างไร จึงต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัด เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่

เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีและนครนายก นายนิรัตน์กล่าวยอมรับว่า วิกฤตทั้งคู่ โดย จ.นครนายก น้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่าน จ.ปราจีนบุรี ไปออกบางปะกง ซึ่งเป็นทางน้ำผ่านจึงจำเป็นต้องมีการบริหารทางน้ำไหล ขณะนี้เครื่องสูบน้ำทั้งของกรมป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยอื่นๆ อาทิ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ได้มีการบริหารทรัพยากรกันในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมในแต่ละวัน พร้อมยืนยันว่าใช้อย่างเต็มกำลังและเป็นหนึ่งเดียวกัน

Advertisement

เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง นายนิรัตน์กล่าวว่า ในส่วนแม่กลอง กาญจนบุรี และราชบุรีถือว่าเริ่มคลี่คลาย ซึ่งน้ำจะไหลไปสู่สมุทรสงคราม โดยขณะนี้มวลน้ำอยู่ที่สองอำเภอปลายน้ำ กองทัพเรือจึงได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในจุดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้เป้า รวมถึงในลุ่มน้ำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน อย่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีการระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาหลายวันแล้ว และน้ำก็ได้ไหลออกปากอ่าวเป็นที่เรียบร้อย จึงสามารถใช้คันกั้นน้ำควบคุมไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้ามาได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารปลายน้ำให้ออกโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากที่ได้หารือกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และฝ่ายทหารเรือ ทราบว่าจะทุ่มสรรพกำลังในเรื่องของการเอาน้ำออกจากปลายน้ำบางปะกงให้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถช่วยทั้งฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก

เมื่อถามถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากนายกฯสั่งการให้เฝ้าระวังช่วง 10 วันอันตราย นายนิรัตน์กล่าวว่า นายกฯได้สั่งการให้ทุกจังหวัดหยิบแผนที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใช้ โดยนำมาซักซ้อม และปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งจากการรายงานขึ้นมาพบว่าน้ำไม่ได้เต็มอ่างและเขื่อน ปริมาณน้ำฝนไม่ได้อยู่ในช่วงสูงสุด แต่มีการพยากรณ์ว่าฝนตกหนักกำลังเข้ามา จึงจำเป็นต้องไปเน้นในเรื่องของการทำทางน้ำไหลและดูเรื่องท่อระบายน้ำในชุมชน พร้อมกำชับว่าฝนตกวันเดียวน้ำท่วมต้องไม่เกิดขึ้น ส่วนในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานมาแล้วว่าคลองต่างๆ ได้มีการขุดลอกไว้หมดแล้ว และระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ฉะนั้น น่าจะรองรับฝนตกตามที่มีการพยากรณ์มาในช่วงสัปดาห์นี้