หน้าแรก การเมือง ทนายเมย์ ฝากส...

ทนายเมย์ ฝากสภาฯ ฟังเสียงปชช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลิกคำสั่ง ฉ.41 ไมใช่ลบอดีต แต่เพื่ออนาคต

6.10.26 | 23:02 น.

ทนายเมย์ ฝากสภาฯ ฟังเสียงปชช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลิกคำสั่ง ฉ.41 ไมใช่ลบอดีต แต่เพื่ออนาคต

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลา 2519 โดยเมื่อเวลา 19.00 น. เข้าสู่กิจกรรม ‘ทบทวนมรดก 6 ตุลา บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร’ ร่วมส่งท้ายแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา’ ทบทวนผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมาย ที่แม้เวลาล่วงผ่านถึง 50 ปี แต่ยังคงส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน


ในตอนหนึ่ง น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร คณะทำงานไอลอว์ (ilaw) กล่าวถึง คําสั่งของคณะปฏิรูปฉบับที่ 41 ว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งอาจจะมีภาพจำว่าเป็นการสังหารหมู่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แต่ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ คือการรัฐประหาร กลุ่มทหารนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เข้าทำรัฐประหารโดยใช้ชื่อเรียกตัวเองว่าคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ยึดอำนาจจากรัฐบาล

“พวกเขาไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะตั้งชื่ออย่างรุนแรงเหมือนคณะรัฐประหารในอดีต ว่าคณะปฎิวัติ เหมือนจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่เลือกใช้คำที่สวยหรู แต่ผลงานความเลวร้ายของการรัฐประหาร ในครั้งนั้นไม่ได้มีเพียงการยึดอำนาจจากรัฐบาล และทำให้ประเทศไปสู่ระบอบเผด็จการ แต่คณะรัฐประหารชุดนี้ยังออก คำสั่งถึง 47 ฉบับ ในระยะเวลาร่วม 16 วัน ซึ่งหนึ่งใน 47 ฉบับ ยังมีผลใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบัน คือคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41″น.ส.บุณยนุช กล่าว

Advertisement

น.ส.บุณยนุช กล่าวต่อว่า คำสั่งฉบับนี้ มีการ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มอัตราโทษ ในความผิด 12 มาตรา หนึ่งในนั้นคือมาตรา 112 และมาตรา 326 ความผิดฐานหมิ่นประมาท รวมถึงมาตราอื่นๆที่ เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพ ในการแสดงออก และมีบทลงโทษของการพูดถึง บุคคลบางคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“ปัญหาของคำสั่งฉบับนี้ อย่างแรก ประมวลกฎหมายอาญา 2499 ใช้เวลาจัดทำร่วม 10 กว่าปี และผ่านการพิจารณาโดยผู้แทนราษฎร แต่การแก้ไขในครั้งนั้น ในวันที่ 21 ตุลาคม 2519 กลับถูกแก้ไขด้วยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เข้ามายึดอำนาจและยังเข้ามาแก้ไขกฎหมายอย่างไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย

ประการที่สอง คำสั่งฉบับที่ 41 แก้ไขเพิ่มอัตราโทษดังที่ได้กล่าวไป”น.ส.บุณยนุช กล่าว

น.ส.บุณยนุช กล่าวต่อว่า การใช้เสรีภาพในการพูดกลับมีโทษเทียบเท่ากับความผิดบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและเรื่องทางเพศ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะรัฐประหารกำหนดขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจึงเห็นว่าอัตราโทษดังกล่าวไม่ได้สัดส่วนกับความผิด

“อย่างที่ 3 ปัญหาของคำสั่งฉบับนี้ คือยังมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน และยังไม่เคยถูกทบทวนด้วยสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง รวมถึง 12 มาตราในคําสั่งดังกล่าวก็ไม่เคยถูกทบทวนโดยสภาจากการเลือกตั้ง มีบางมาตราที่เคยถูกทบทวนด้วยสภานิติบัญญัติแห่งชาติจากการแต่งตั้ง แต่เป็นการแก้ไขในเรื่องของอัตราโทษ” น.ส.บุณยนุช กล่าว

น.ส.บุณยนุช กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ภาคประชาชนกำลังเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 โดยมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 60,000 รายชื่อ ถือเป็นข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเรียกร้องให้ตัวแทนประชาชนที่นั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนและลบมรดกของคณะรัฐประหารที่ยังแฝงอยู่ในกฎหมายปกติ และยังมีผลต่อสังคมมาจนถึงปัจจุบัน

ด้าน น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ ทนายเมย์ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า 6 ตุลา เป็นแค่ความทรงจำที่เกิดขึ้น จบไป และเราเอามาทวนซ้ำเรื่อย ๆ 50 ปีหรือไม่ ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่เลย 50 ปี มันไม่ใช่ความสูญเสียแค่คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

“เราสูญเสียอะไรไปหลายอย่าง เราสูญเสียชีวิต เราบางคนในเหตุการณ์วันนั้น สูญเสียความเป็นมนุษย์ ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่สำคัญเราสูญเสียความยุติธรรมไปด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าว สิ่งที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมว่า เหตุการณ์ 6 ตุลายังส่งผลกระทบต่อเราคือคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ฉบับนี้”น.ส.พูนสุข กล่าว

น.ส.พูนสุข กล่าวต่อว่า เหตุที่คำสั่งฉบับนี้ยังส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีการแก้ไขกฎหมายในกลุ่มความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท ซึ่งรวมถึงคดีมาตรา 112 คดีหมิ่นประมาท คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คดีดูหมิ่นหรือเหยียดหยามศาสนา และคดีดูหมิ่นประมุขของต่างประเทศ โดยมีการเพิ่มอัตราโทษในหลายความผิดเป็นเท่าตัว เช่น จากจำคุก 1 ปี เพิ่มเป็น 2 ปี และที่สำคัญคือมาตรา 112 ซึ่งเพิ่มอัตราโทษจากเดิมจำคุก 0-7 ปี เป็น 3-15 ปี

ผลของการเพิ่มโทษในคดี 112 ส่งผลต่อประชาชนตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งปัจจุบันกฎหมาย พ.ร.บ สันติสุขออกมาแล้ว ทุกคดีการเมืองได้รับการนิรโทษกรรม ยกเว้นคดี 112

“คนที่ได้รับผลกระทบจากรัฐบาล 6 ตุลาจึงไม่ใช่แค่พี่ ๆ คนเดือนตุลาเท่านั้น แต่เราหลาย ๆ คนอายุ 10-30 ปี ที่อยู่ ณ ที่นี้คือคนที่ได้รับผลกระทบจาก 6 ตุลา” น.ส.พูนสุข กล่าว

ในตอนสุดท้าย น.ส.พูนสุข กล่าวว่า เราทำแคมเปญนี้ไม่ใช่เพื่อการย้อนกลับ แต่เราทำสิ่งนี้เพื่อการกำหนดอนาคตในวันข้างหน้า เราต้องการอนาคตที่ดีกว่าเราต้องการอนาคตที่มีเสรีภาพในการพูดมากยิ่งขึ้น และเราต้องการความมั่นคงปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น

“แคมเปญนี้ไม่ได้ทำเพื่อลบเลือนอดีตอย่างเดียว แต่แคมเปญนี้ทำเพื่ออนาคตของเราทุกคนและหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้จะฟังเสียงของประชาชนมากกว่าที่ฟังเสียงของคณะรัฐประหาร ที่แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา” น.ส.พูนสุข กล่าวทิ้งท้าย