หน้าแรก การเมือง ลดท่วมฉะเชิงเ...

ลดท่วมฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี เร่งติดตั้งเรือผลักดันน้ำบางปะกง 80 ตัว ย่นเวลาโอนเยียวยาเหลือ 1 วัน

7.10.26 | 11:19 น.

“อธิบดีปภ.” สั่งระดมเรือผลักดันน้ำ 80 ตัว ปักหลักปากแม่น้ำบางปะกง เร่งระบายน้ำท่วมฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี ย้ำชาวบ้านไม่ต้องทนเป็นเดือน ยันปรับระบบโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยเร็วขึ้น ลงทะเบียนวันนี้รับพรุ่งนี้ รับแฟลตคลองจั่นไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยาหากน้ำล้อมไม่ถึง7วัน

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงข้อกังวลสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะกินระยะเวลายาวนานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นเดือนอยากทราบว่า สรุปแล้วจะระบายน้ำได้เมื่อใด ว่า ถ้าไม่มีการบริหารจัดการใดๆ เลย ผลักน้ำกันไปมาความกังวลนั้น ก็จะนำไปสู่การเป็นประเด็น แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีได้กำชับและสั่งการให้แก้ปัญหานี้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน ดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเร่งระบายน้ำในลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีหลายคนเข้ามาประชุม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการการผลักดันน้ำ


นายนิรัตน์ กล่าวว่า จะรวบรวมเรือผลักดันน้ำที่สามารถหาได้ เข้าไปติดตั้งที่ปากแม่น้ำบางปะกงให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดพลังในการผลักน้ำ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการระบายอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากพยายามใช้เรือผลักน้ำออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รับน้ำจากปราจีนบุรีและสระแก้วมาด้วย การผลักจากต้นน้ำนครนายกอย่างเดียว เกิดประสิทธิภาพไม่มากเท่าที่ควร เพราะน้ำจะไหลมาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังมีมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีมาสมทบอีก ดังนั้นในทางวิศวกรรมการระบายน้ำ ต้องผลักน้ำที่ปากแม่น้ำให้ออกเร็วที่สุด ซึ่งในที่ประชุมเห็นตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำจากนครนายกหรือปราจีนบุรี ก็ต้องผลักดันให้ไหลสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วที่สุด

นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า จุดที่มีศักยภาพที่เหมาะสมที่จะเอาเครื่องผลักดันน้ำออกมา วันนี้ที่ตั้งได้เลย 40-50 ตัว และน่าจะเพิ่มเป็น 80 ตัว ซึ่งจะเดินหน้าผลักดันให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง ซึ่งน่าจะทำได้เร็วไม่นานตามที่ชาวบ้านกังวล

Advertisement
ภาพ : เพจปราจีนด้วยกัน

สำหรับการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ ประสบภัย 10,400 ครัวเรือน นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดสระแก้ว สมุทรปราการ และกระบี่ ที่เริ่มรับเงินแล้ว ส่วนวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ จะมีผู้ได้รับเงินอีกรวมแล้ว กว่า 100 ล้านบาท

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กดลงทะเบียนแล้วได้รับเงินล่าช้าไป 2-3 วัน ทั้งที่ควรกดแล้วได้รับเลย นายนิรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของระบบขั้นตอนการกดเงิน หลังที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงอยากให้เร็วกว่านี้ ทาง.ปภ.และธนาคารออมสิน ได้มีการประสานกันทำให้ลดเวลาจากเดิม 2 วัน เหลือ1 วันคือส่งข้อมูลวันนี้ พรุ่งนี้ได้เงินเลยซึ่งเร็วขึ้น

ส่วนกรณีชาวแฟลตเคหะคลองจั่น สะท้อนว่า อาจไม่ได้รับเงินเยียวยาเนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขน้ำท่วมน้ำล้อม 7 วัน นายนิรัตน์ ย้อนกลับว่า เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถาม ว่าไม่เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ ซึ่งที่ถามมาถูกแล้วคือไม่เข้าเกณฑ์

ภาพ : เพจปราจีนด้วยกัน

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีแนวทางไหน ที่จะสามารถให้ได้รับเงินใช่หรือไม่ นายนิรัตน์อธิบายว่า การได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี 5,000 บาทหรือ 9,000 บาทจะต้องมีหลักเกณฑ์ในเฉพาะก้อนนี้ ส่วนแนวทางอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือจะมีการจ่ายเงินตามระเบียบของกทม.และ ปภ. จะเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไป ต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ข้อไหนจ่ายตามข้อนั้นต้องตรงไปตรงมามีหลักยึด

ส่วนกรณีที่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้านเอง จะได้รับเงินเยียวยาอย่างไร นายนิรัตน์กล่าวว่า มีหลักเกณฑ์ทั้งการช่วยเหลือผู้เช่าหรือเจ้าบ้าน ต้องดูว่าอยู่ในสถานะอะไรตามหลักเกณฑ์ โดยในการลงทะเบียนจะมีช่องให้ระบุ ส่วนเรื่องการเยียวยาร้านอาหารผู้เช่าสถานที่ ขณะนี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์นั้นมีเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว