หน้าแรก การเมือง ปปช.แจงวุ่น ฟ...

ปปช.แจงวุ่น ฟ้องไม่ทัน ปล่อย 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น รับคุมหนีไม่ได้ จ่อแจ้งข้อหา 6 พันคนปลายปี

8.10.26 | 17:07 น.

ป.ป.ช. เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 6 พันรายปมทุจริตสอบท้องถิ่น ปลายพ.ย.นี้ พบมีนายหน้ารองรับเงินเพิ่ม แจงคดีจนท.ดีเอสไอเอี่ยว ปปป.ส่งสำนวนครบแล้ว กมธ.ปปช.เตรียมเรียกสตง. ให้ข้อมูลกรณีไทยพีบีเอส-สสส. 22 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงผลการประชุมกมธ.ว่า เรื่องการสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยวันนี้ทางกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้แทนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป.) ผู้แทนสภ.นครนายก ,นครราชสีมา ,พัทลุง,เพชรบูรณ์,สตูล และศรีสะเกษ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยความคืบหน้าเรื่องนี้ทางป.ป.ช.ได้แจ้งว่า กรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 รายที่ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนั้นเนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย ตามกฎหมายให้สามารถฝากขังได้สูงสุด 7 พลัดและก็ครบไปแล้ว แต่เป็นที่วิพากษ์ของสังคมว่าทางป.ป.ช.ไม่สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ทัน จนทำให้ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัว


โดยทางผู้แทนทางป.ป.ช.ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ข้อเท็จจริงคือทางปปป.ได้แจ้งข้อหา 157 ซึ่งสามารถฝากได้เพียง 4 ผลัด และทางป.ป.ป.ได้ฝากขัง 4 ผลัดไปแล้ว ซึ่งเมื่อนำผู้ต้องหามาส่งตัวให้กับป.ป.ช. ก็สามารถฝากขังได้เพียง 3 ผลัด นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิด เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ป.ป.ช.ทั้งหมด แต่รับมาจากปปป. โดยทางป.ป.ช.ชี้แจ้งอีกว่าเรื่องนี้ถ้าทางป.ป.ช. ดำเนินการตั้งแต่แรกจะไม่ทำการฝากขัง เพราะรู้ดีว่าระบบการไต่สวนของป.ป.ช.ใช้เวลานานพอสมควร เชื่อว่าระยะเวลา 80 กว่าวันนั้นดำเนินการไม่ทันแน่ แต่ในเมื่อป.ป.ช.รับเรื่องมาจากปปป.ก็พยายามดำเนินการเร่งให้ถึงที่สุด แต่ก็ไม่ทันเวลา 7 ผลัด

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีคำถามว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ที่ถูกปล่อยตัวจะมีมาตรการควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือไม่ ซึ่งทางป.ป.ช. ได้ยอมรับตามตรงว่ามาตรการควบคุมการหลบหนีและไม่มี แต่หากผู้ต้องหาหลบหนีไปประเทศไหนก็ตาม ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป อย่างไรก็ตามระยะเวลาตอนนี้ป.ป.ช.อนู่ระหว่างการจัดทำบันทึกแจ้งข้อกว่าวหากลาง เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทถกรายได้รับการแจ้งมาตรฐานเดียวกัน และจะต้อวเสนอต่อกรรมการป.ป.ช.พิจารณา ซึ่งตั้งเป้าจะแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 6,000 กว่ารายในคราวเดียวกันคาดว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเลื่อนจากที่เคยระบุว่าจะแจ้งได้ช่วงปลายเดือนตุลาคม เนื่องจากว่าในระหว่าวการไต่สวนได้มีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมนอกเหนือจากนายหน้าหลัก อีกทั้งขณะนี้ป.ป.ช.ได้รับข้อมูลนานหลักมากขึ้น จึงต้องขยายเวลาในการแจ้งข้อกล่าวหา

สำหรับขั้นตอนต่อไป เมื่อผู้ต้องหาได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ขอขยายได้ 15 วัน หรือจะไม่มาชี้แจงก็เป็นสิทธิ ทั้งนี้ป.ป.ช.ได้ตั้งทีมไต่สวน 7 ทีม ทีมบะ 5-6คนตามภูมิภาคต่าง ๆ การไต่สวนรับผิดชอบ1คนต่อ 300ราย ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 1,000 กว่าปาก และตอนนี้ป.ป.ช.ยังไม่มีการกันผู้ใดเป็นพยาน แม้จะมียื่นขอมาเป็นจำนวนก็ตาม

Advertisement

ในส่วนของนายหน้าหลัก ป.ป.ช.ได้สอบไปแล้ว 44 สาย ณ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามให้ครบ 110 สายนายหน้า จากนายหน้าสายหลักแล้ว ป.ป.ช.ยังพบนายหน้าสายรองที่รับเงินแล้วส่งต่อให้นายหน้าสายหลักระบุตัวแลพสอบปากคำแล้ว 51 ราย ซึ่งป.ป.ช.ยืนยันว่า นายหน้ารองที่ระบุตัวได้จะอยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 6,000 กว่ารายด้วย ส่วนคดีที่บก.ปปป.ส่งมาให้ป.ป.ช.มีเจ้าหน้าที่ 2 รายคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เป็นผู้ต้องหาที่บก.ปปป.ส่งสำนวนให้ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พบมียอดเงินในสำนวน 15 ล้านบาท

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนคดีที่อยู่ตามสภ.ต่าง ๆ ทางกมธ.ได้เชิญมาวันนี้ 6 สภ. มีดำเนินคดี 81 คดี ส่งมายังป.ป.ช.แล้ว 31 คดี เหลือ 50 คดี ซึ่ง 81 คดีนี้เป็นกรณีที่จ่ายเงินแล้วแต่ไม่มีชื่อสอบผ่านจึงมาแจ้งความ มีที่สตูล 27 คดีส่งป.ป.ช.ครบแล้ว โดยสาเหตุที่ทางกรรมาธิการทำเช่นนี้ เนื่องจากทุกจังหวัดทั่วประเทศต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และการที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็เพราะการสอบข้าราชการท้องถิ่นปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งหน้าการสอบก็จะต้องจัดขึ้น หากนายหน้าเหล่านี้ที่กระทำความผิด แล้วไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเขาก็จะกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งอยากให้ทุกจังหวัดดำเนินการเอาผิดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งทราบว่ามีบางจังหวัดที่มีการคืนเงินก็ถือว่าไม่มีความผิด

นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมของกมธ.เราครั้งต่อไปวันที่ 22 ตุลาคม จะพิจารณาตรวจสอบการใช้เงินของไทยพีบีเอส และการหาประโยชน์ทรัพย์สินจาก สสส. ซึ่งทางกมธ.จะเชิญสตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลด้วย