หน้าแรก การเมือง ‘วันนอร์’ ยก ...

‘วันนอร์’ ยก ปชป.ต้นแบบประชาธิปไตย ปั้นลูกชาวบ้านบริหารประเทศ ‘จาตุรนต์’ ชี้พรรคไม่ควรถูกยุบง่าย

8.10.26 | 21:19 น.

“วันนอร์” ยก ปชป. เป็นต้นแบบ ปชต. ปั้นลูกชาวบ้านเป็นผู้บริหารที่ดีให้ประเทศ ด้าน “จาตุรนต์” หนุนนักการเมืองร่วมคิดให้สถานบันการเมืองเข้มแข็ง ไม่ถูกยุบง่าย ขณะที่ “อภิสิทธิ์” ย้อนความหลังสมัยสมัคร สส. จำได้เวทีแจ้งเกิดทางการเมือง

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า เนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งพรรค โดยในช่วงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของพรรคผ่านศิษย์เก่า ที่มีนายสุทธิชัย หยุ่น นักสื่อสารมวลชนอาวุโส เป็นพิธีกร ได้เชิญ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมขึ้นเวทีเล่าเหตุการณ์ความประทับใจ


โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความรู้สึกของตนต่อพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนเป็นนักศึกษาที่ถูกกระทำ วันนี้การเมืองผ่านมา 80 ปี ต้องบอกนักศึกษาว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ ยาวนาน ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบไปหนึ่งครั้ง แต่ไม่ถูกห้ามให้ชื่อเดิม เหมือนกับพรรคไทยรักไทย ที่ไม่สามารถใช้ได้จนเวลาผ่าน 20 ปีแล้ว ทั้งนี้การยุบพรรคแสดงว่าการเมืองไทยมีปัญหาต่อการส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย การเมืองไทยยังไม่ดี ทั้งนี้การเมืองระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยการมีพรรคการเมืองต่อเนื่องมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็น ตนจึงอยากเห็นให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้พัฒนาให้มั่นคงยั่งยืน มีหลายพรรคไม่มีเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว

“พรรคเชิญผมมาร่วมงาน เพื่อแสดงความยินดีกับพรรคการเมือง เป็นเรื่องธรรมดา และเพื่อมาบอกว่า การที่พรรคการเมืองหนึ่งอยู่ได้ยาวนาน เป็นเรื่องที่คนอยากเห็นประชาธิปไตยต้องยินดี ดังนั้นจึงอยากให้พรรคการเมืองอื่นๆ ช่วยคิดว่าจะทำอย่างไรให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ผมไม่ยินดีที่จะให้ยุบพรรคการเมือง เพราะเป็นเรื่องล้าหลัง ดังนั้นเวลาพรรคไหนมีเรื่อง เป็นคู่แข่ง และกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ จะไม่ตั้งประเด็นอะไร เพราะการที่ไม่ถูกยุบเป็นเรื่องที่ดี ที่พรรคการเมืองไม่ควรถูกยุบง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา” นายจาตุรนต์ กล่าว

Advertisement

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าตนขอชื่นชมความซื่อสัตย์สุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ ที่รักษาเอาไว้ รวมถึงความเป็นประชาธิปไตยที่พรรคการเมืองพรรคไหน สู้ไม่ได้ ดังนั้นตนขอให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องอยู่ และสู้เพื่อประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ต่อไป กับเรื่องราวกาลครั้งหนึ่งของตนกับพรรคประชาธิปัตย์ เกิดขึ้น ปี 2500 ที่บิดาของตนลงสมัครสส.กับพรรคประชาธิปัตย์ ได้เงินหาเสียง 5,000 บาท แต่ไม่ได้รับเลือก ทำให้ตนสัญญากับตัวเองว่าจะลงสมัครสส. เพื่อเอาชนะแทนพ่อให้ด้ จากนั้นตนลงสมัคร สส.ในนามพรรค ปี2529 ช่วงที่นายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตอนที่หาเสียงนายชวนเรียกตนไปพบที่ห้อง บอกกว่าพรรคไม่มีเงิน แต่สำนักทนายความมีเงิน และได้มอบเงินให้ตนกับนายเด่น โต๊ะมีนา คนละ 2 หมื่นบาท เพื่อหาเสียงซึ่งเป็นเงินก้อนแรก และจากการลงสมัครสส.สมัย2 ตนจึงได้รับเลือก และพรรคให้เงินอีก 1 แสนบาท โดยการหาเสียงเน้นการปราศรัย

“สิ่งที่เห็นในประชาธิปัตย์ คือ การสร้างพรรคการเมืองที่ดีให้กับการเมืองไทย พูดได้ว่านักการเมืองที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ สร้างคุณูปการ ที่ให้ลูกชาวบ้านเข้าสู่วงการการเมือง เข้ามามาบริหารประเทศ เกิดความเชื่อมั่นว่าต่อประชาชนเลือกผู้แทนที่สามารถบริหารประเทศ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่สร้างผมเป็นประธานสภาฯ ถึง 2 ครั้ง ได้เรียนรู้ตัวอย่าง มาจากพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่พรรคต้องทำต่อไป คือสร้างประชาธิปไตยให้กับบ้านเมืองนี้ สร้างพรรคคู่กับการเลือกตั้ง สร้างนักการเมืองไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ ผู้บริหารที่ดีให้กับประชาชน” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เล่าย้อนความหลังครั้งแรกต่อการเลือกตั้ง ลงสมัคร สส.เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2535 และมีโอกาสร่วมขึ้นเวทีดีเบตทางการเมือง ว่า เป็นโชคชะตา ลงสมัครสมัยแรก อายุ 27 ปี ตนเป็นเหมือนกับใครหลายคนที่เดินหาเสียงแทบตาย แต่ประชาชนนึกว่าตนเป็นอาสาสมัครแจกใบปลิว จนมีการจัดรายการดีเบตผ่านสถานีโทรทัศน์ ซึ่งมีผู้ชมจำนวนมาก เนื่องจากมีคู่ดีเบตสำคัญ คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมัคร สุนทรเวช เข้าร่วม พอจบรายการดักงล่าว การเดินหาเสียงของตนเป็นหนังคนละม้วน เพราะคนจำได้ ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นสิ่งที่ตนจดจำได้ดีเพราะได้แจ้งเกิดทางการเมือง