หน้าแรก การเมือง เท้ง ลั่นปิดป...

เท้ง ลั่นปิดปากใครไม่ได้ แจงผู้ช่วยส.ส. ด่าแรง ‘ปิยบุตร’ ชี้เรื่องนี้ ให้เป็นหน้าที่รักชนก

9.10.26 | 16:18 น.

เท้ง ลั่นปิดปากใครไม่ได้ แจงผู้ช่วยส.ส. ด่าแรง ‘ปิยบุตร’ ชี้เรื่องนี้ ให้เป็นหน้าที่รักชนก

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ช่วย ส.ส. ของ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปด่านายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคจะต้องชี้แจงหรือเข้าไปเคลียร์หรือไม่ ว่า ในกระบวนการ องคาพยพทั้งหมดของพรรคประชาชน มีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่หลายๆ กลุ่ม ผู้ช่วย ส.ส. เป็นหนึ่งในนั้น จะยืนยันในหลักการเดิม ในฐานะพรรคมวลชน ตนไม่สามารถสั่งปิดปากใครที่จะแสดงความคิดความเห็นได้ ถ้าเขาคิดว่าจะแสดงความคิดเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็สามารถแสดงความเห็นได้


“สิ่งที่อยากสื่อสารถึงทุกคนคือ การที่เราจะรักษาการเดินหน้าทำงานและกระบวนการทำงานที่เรียกว่าพรรคมวลชน การแสดงออกถึงภายนอกให้เห็นว่าเรามีความเป็นเอกภาพ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ยืนยันว่าไม่ได้สะท้อนถึงใครคนใดคนหนึ่ง ฝากไปถึงทุกคน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า คำที่ผู้ช่วย ส.ส. คนดังกล่าวใช้ค่อนข้างรุนแรงเช่น อ่อมแก่ โพสต์ทำส้นตีนอะไร อาจทำให้สังคมเกิดความเกลียดชังได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวย้ำว่า ขอสื่อสารไปถึงทุกคน ทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นการพูดคุยกันภายใน พื้นที่ข่าวตอนนี้อยากให้โฟกัสการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลมากกว่า

เมื่อถามว่า จะต้องมีการทำความเข้าใจกับ สส. ให้ไปพูดคุยกับผู้ช่วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ สส. ที่ถือเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ช่วยคนดังกล่าว เชื่อว่า น.ส.รักชนก มีการพูดคุยกับผู้ช่วยของเขาอยู่แล้ว

Advertisement

เมื่อถามถึง กรณีที่ในโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่าทั้ง ส.ส.และผู้ช่วยมีบุคลิกเหมือนกันนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนอยู่ในองคาพยพเดียวกัน ต้องมีการพูดคุยกัน

เมื่อถามถีง กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เตรียมจะเปิดเรื่อง Hyperpolitics ที่สังคมไทยตอนนี้เต็มไปด้วยการเข้าถึงการเมือง แต่ไม่มีสถาบันรองรับ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าวิธีการรับสารและการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ข้อวิเคราะห์ของนายปิยบุตรอาจจะถูก ถ้ามองในหลักการวิชาการ แต่ในหลักการปฎิบัติ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้มีการเหมาะสม ทุกฝ่ายไม่มีใครถูกผิด 100 %