หน้าแรก การเมือง ทวี รับหนังสื...

ทวี รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. หวั่นดึงงบกลับราชการ เปิดช่องคอร์รัปชั่น

17.10.26 | 13:27 น.

‘พ.ต.อ.ทวี’ รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ ‘อนุทิน’ รื้อระบบภาษีบาป หวั่นดึงงบกลับสู่ระบบราชการเปิดช่องคอร์รัปชัน-เงินทอน ชี้ ผลรับฟังฯ ปชช.ต้านกว่า 90% เตรียมดัน ส.ส. ลุกอภิปรายสกัดในสภา

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ และนายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมรับหนังสือเปิดผนึกจากตัวแทนภาคีเครือข่ายป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและสังคม 29 องค์กรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเรียกร้องให้ผลักดันรัฐบาลทบทวนและถอนร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ


สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว มุ่งแก้ไขกลไกที่มาของงบประมาณ โดยยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนในอัตรา 2% จากภาษีสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) ที่ส่งตรงเข้าสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเปลี่ยนไปใช้ระบบการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ภาคประชาสังคมในพื้นที่ว่าจะกระทบต่อความต่อเนื่องและความมั่นคงของงบประมาณด้านสุขภาวะชุมชน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวระหว่างพบปะกับตัวแทนเครือข่ายว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพราะติดตัวทุกคนไปตลอดชีวิต ในกระบวนการยุติธรรม สถิติผู้ต้องขังอันดับหนึ่งคือคดียาเสพติด รองลงมาคืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะการเมาแล้วขับ ซึ่งสร้างความสูญเสียมากกว่าคดีลักทรัพย์ การป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จึงเป็นหัวใจหลัก

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยต่อสู้กับบริษัทยาสูบข้ามชาติขนาดใหญ่ในอดีต พบว่าไม่มีฝ่ายรัฐบาลใดยืนหยัดต่อสู้ มีเพียง สสส. ที่เข้ามาขับเคลื่อน จึงตระหนักถึงคุณค่าขององค์กรในการทำงานเชิงป้องกัน

Advertisement

“ประเทศไทยมีปัญหาคอร์รัปชันสูง พอเรื่องสุขภาพถูกดึงกลับไปสู่ระบบงบประมาณปกติ มันก็ถูกมองไปเรื่องการคอร์รัปชัน การวิ่งเต้น และการแย่งชิงงบประมาณ เท่าที่ทราบเบื้องต้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนกว่า 90% ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้”

พ.ต.อ.ทวี ระบุเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุระเบียบวาระ หากผู้เสนอไม่ถอนเรื่องออกไป พรรคประชาชาติจะนำประเด็นเข้าสู่การพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเตรียมข้อมูลให้นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และ ส.ส. ของพรรค นำไปอภิปรายชี้ให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียในสภาผู้แทนราษฎร

“กองทุน สสส. มีข้อดีคือต้องทำรายงานส่งให้รัฐสภาตรวจสอบทุกปี ทำให้สภาและประชาชนเห็นว่างบประมาณถูกนำไปใช้อย่างไร เกิดประโยชน์ตรงไหน แต่หากเปลี่ยนไปอยู่ในรูปงบประมาณแผ่นดินทั่วไป ระบบการรายงานและการตรวจสอบตรงนี้จะยังคงมีอยู่และมีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือไม่ พรรคจะต้องทำหน้าที่เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ทำงานป้องกันสุขภาพระดับพื้นที่ต้องเสียโอกาส” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ด้านตัวแทนกลุ่มเยาวชนบ้านไทยสุข ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำงานร่วมกับ รพ.สต.ลาโละ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. มาขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างแกนนำเยาวชนในชุมชน ทำให้สามารถดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาเรียนได้ รวมถึงช่วยเยาวชนเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ

“หากเปลี่ยนระบบจนงบประมาณ สสส. หลุดไป ชุมชนและกลุ่มเยาวชนเล็ก ๆ รู้สึกเหมือนกำลังถูกตัดโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง” ตัวแทนเยาวชนระบุ

ขณะที่ตัวแทนสภาเด็กจังหวัดนราธิวาส สะท้อนว่า สสส. ให้การสนับสนุนสื่อและกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนในงานวันเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันก่อนปัญหาจะลุกลาม

สำหรับข้อเรียกร้อง 5 ประการที่ภาคีเครือข่ายฯ ยื่นต่อ พ.ต.อ.ทวี ประกอบด้วย 1.ให้ถอนร่างกฎหมายหรือชะลอการ2.ตัดสินใจจนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบรอบด้าน 2.ให้ประเมินผลกระทบทางการคลังและงบประมาณระยะยาว 3.คำนึงถึงผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน และชุมชนในพื้นที่ 4.ยกระดับธรรมาภิบาลและการตรวจสอบโดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกลไกเงินบำรุง 2% เดิม และ 5. เปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนดำเนินการแก้ไขกฎหมาย