หน้าแรก การเมือง ทวี แนะรัฐบาล...

ทวี แนะรัฐบาล ฟังเสียงประชาชน ทบทวนกระบวนการเจรจาใต้ ดันออกพรก.สันติภาพ

18.10.26 | 15:44 น.

ทวี แนะรัฐบาล ฟังเสียงประชาชน ทบทวนกระบวนการเจรจาใต้ ดันออกพรก.สันติภาพ

วันที่ 18 ตุลาคม ที่โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ได้ร่วมพบปะหารือกับตัวแทนหลายภาคส่วนในพื้นที่ อาทิ กลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการประมง จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา รวมถึงเครือข่ายกลุ่มต้มยำไทย-มาเลย์ เพื่อระดมความเห็นและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาตลอดจนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้


พ.ต.อ.ทวี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลมาเลเซีย แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือ กระบวนการพูดคุยริเริ่มอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2556 และก่อนหน้านั้นก็อาจมีการพูดคุยอย่างไม่เปิดเผย สิ่งที่เห็นมาตลอดคือ ฝ่ายผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซียและคณะพูดคุยฝ่ายไทยมีการเปลี่ยนตัวบุคคลอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ “สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ขณะที่ฝ่ายผู้เห็นต่างที่มาร่วมโต๊ะก็ยังคงเป็นกลุ่มเดิม

“อันนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด ถึงเวลาแล้วที่กระบวนการสันติภาพต้องทำเป็นโครงสร้างที่ถาวร ไม่ใช่ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความต้องการว่าอยากจะเอาใครมาทำหน้าที่” พ.ต.อ.ทวี ระบุ

Advertisement

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลควรกลับมาทบทวนเชิงโครงสร้างและกรอบกฎหมายอย่างจริงจัง หากฝ่ายความมั่นคงสามารถออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ รัฐบาลก็ควรพิจารณาออก “พ.ร.ก.สันติภาพ” ขึ้นมาเช่นกัน เพื่อเปิดพื้นที่และสร้างกลไกการพูดคุยที่มีการปรึกษาหารือกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง

“วันนี้เป็นการที่คนถือปืนกับคนถือปืนมาคุยกัน จะไม่ถามประชาชนไม่ได้ ทุกคนต้องได้เป็นเจ้าภาพ ต้องให้ประชาชนเป็นเจ้าภาพด้วย เช่น การแก้ไขกฎหมาย ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) เพื่อปรับทิศทางการพัฒนา เพราะนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ยิ่งพัฒนาความเหลื่อมล้ำยิ่งสูงขึ้น ความยากจนยิ่งขยายตัว แม้จะมีงานฟื้นฟูเยียวยา แต่บางช่วงกลับเอา ศอ.บต. ไปอยู่ใต้โครงสร้าง กอ.รมน. ขณะที่ กอ.รมน. ก็ควรทำงานมวลชนมากกว่าทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จนกลายเป็นช่องว่างให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด”

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังกล่าวถึงมิติด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นว่า วันนี้ปัญหาความไม่เชื่อมั่นและความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนยังคงดำรงอยู่ โดยเฉพาะปฏิบัติการข่าวสารหรือ “ไอโอ (IO)” ที่สร้างความเกลียดชังในสังคม ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เรื่องนี้ควรถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระหลักบนโต๊ะพูดคุยสันติภาพ

นอกจากนี้ ในมิติทางเศรษฐกิจ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ภาคการประมงในพื้นที่เคยรุ่งเรืองมาก แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถดถอยหนัก องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เองได้ไม่ถึงร้อยละ 3 ส่วนอีกร้อยละ 97 ต้องพึ่งพางบประมาณอุดหนุนจากส่วนกลางทั้งหมด ทำให้พื้นที่ตกอยู่ในสถานะ “เมืองที่ต้องรอรับการสงเคราะห์” ดังนั้น ถึงเวลายกระดับมิติเศรษฐกิจปากท้องและความอยู่รอดของประชาชนให้เป็นโจทย์สำคัญของความมั่นคง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ของมาเลเซียที่อาจเป็นอดีตนายทหาร พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยร่วมงานด้วย แต่ทราบว่ามีความมุ่งมั่น แม้ฝ่ายผู้เห็นต่างอาจเคยอยากได้คนที่เป็นพลเรือนมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นทหารหรืออาชีพใด สิ่งสำคัญคือความเข้าใจในบริบทปัญหา และต้องวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียงจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความคลางแคลงใจ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการสร้างสันติภาพที่แท้จริง

เมื่อถามว่าผู้อำนวยความสะดวกจะเข้าใจปัญหาลึกซึ้งหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้วไทยต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และระหว่างนี้ควรเตรียมการให้พร้อมเพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยกันภายในประเทศของเราเอง