หน้าแรก การเมือง อนุทิน นำทีม ...

อนุทิน นำทีม ติดตามการจัดการน้ำสุพรรณ ไม่แคร์เสียงเหน็บมิสเตอร์โปรเจ็กต์ ลั่นใช้สมอง ไม่ได้ใช้ปากทำงาน

18.10.26 | 18:33 น.

‘นายกฯ’ นำคณะติดตามบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ย้ำโครงการ ‘ชัยนาท- ป่าสัก-อ่าวไทย’ ต้องเกิด ลั่นรัฐบาลชุดนี้ไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพี่น้อง ปชช. เหน็บพวกบอก ‘มิสเตอร์โปรเจ็กต์-ทิ้งทวนสร้างเพื่อผลประโยชน์’ ไม่แคร์ คนพูดกับคนดูพื้นที่จริง ไม่นั่งรอฟังรายงานจากทำเนียบ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังมีปริมาณเยอะอยู่ เราก็ต้องมาเร่งผลักดันน้ำออกไป ซึ่งในช่วงนี้ยังถือว่ายังสามารถระบายออกไปทางแม่น้ำท่าจีนได้ แต่ก็ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะมีอุปสรรคอื่นๆ เช่น จำนวนผักตบชวา จำนวนผักบุ้งที่ถูกปลูกไว้แล้วมันก็ไหลมากีดขวางทางน้ำ เราก็ต้องเร่งกำจัดผักตบชวาที่มีจำนวนมหาศาลควบคู่การระบายน้ำ


“วันนี้ได้มาเห็นถึงปัญหาที่มันสั่งสมมา ซึ่งจริงๆ มันเป็นแบบนี้ทุกปี สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือเพิ่มช่องทางให้น้ำไหลออกไปในแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่าให้เร็วที่สุด อย่างเช่นกรณีที่อำเภอสองพี่น้อง ได้รับยืนยันจากอธิบดีกรมชลประทานในการขยายช่องทางประตูน้ำเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเปิดความกว้างของคลองระบายน้ำให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้น้ำระบายออกไปถึงแม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. แต่ต้องจัดระบบให้ดี เพราะมีบางช่วงเวลาที่แม่น้ำท่าจีนระดับสูงกว่า แต่เราก็ต้องมีประตูน้ำคอยปิดกันไม่ให้น้ำไหลกลับเข้ามา” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่ตนพูดในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตลอดว่าโครงการแต่ละโครงการกว่าจะอนุมัติ ก็มีบางความเห็นบอกว่าสิ้นเปลืองงบประมาณ ทำโครงการชลประทานใช้เงินจำนวนมาก แต่จริงๆ แล้วที่สิ้นเปลืองจริงๆ ก็คือการสูญเสียทรัพยากรจากการแก้ปัญหาระยะสั้น คือการเร่งสูบน้ำระบายน้ำ ทั้งสิ้นเปลืองไฟฟ้า น้ำมัน และทรัพยากรมหาศาล การขนย้ายระดมเครื่องสูบน้ำมาจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ติดตั้งท่อระบายน้ำ แม้ว่าจะเอามารวมเครื่องมือกับกรมชลประทานก็ไม่พอ และเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น แล้วยังต้องไปใข้เงินเยียวยาประชาชน ซึ่งรวมๆ แล้วก็ต้องเสียเงินปีนึง 40,000-50,000 ล้านบาท ในการไปเยียวยา แต่ไม่ได้ถาวรวัตถุหรืออะไรที่เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว

Advertisement

“วันนี้เรามาดูข้อเท็จจริง เราจะช่วยกันทำให้งบประมาณเหล่านี้เข้าไปเพื่อที่จะช่วยกันลดความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญมาโดยตลอดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องความเดือดร้อน เป็นเรื่องฉุกเฉิน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้กับพี่น้องประชาชน และเราจะแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดย ครม.ชุดนี้ได้อนุมัติเห็นชอบโครงการระบายน้ำ อย่างน้อยโครงการภาพรวมใหญ่ คือชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทย ต้องเกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ใช้เวลา 7 ปีถึงจะแล้วเสร็จ เพราะหากเราไม่ทำวันนี้ ความสำเร็จของโครงการระยะยาวก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ซึ่งจะได้กำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน บริหารจัดการด้วยความเข้มงวดใกล้ชิดว่า จะต้องไม่มีเหตุการณ์ใดๆ มาทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า ต้องเร่งทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดให้ได้ ทั้งการเวนคืนที่ต้องเร็วที่สุด งบประมาณเวนคืนก็ต้องเร่งจ่ายให้กับประชาชน รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิด เราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพี่น้องประชาชนต้องลดความเดือดร้อน” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง มักจะพบกับสภาพปัญหาจำนวนผักตบชวาที่ส่งผลต่อการระบายน้ำ รวมถึงมีประตูระบายน้ำเพียง 3 บาน จึงส่งผลให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่งริมคลองจากแม่น้ำท่าจีน และคลองสายต่างๆ ไหลเข้าพื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหายหนัก พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข คือการทำการระเบิดคอขวดตรงประตูเภาทะลาย คลอง ร.4 ขวา และประตูน้ำบางสาม คลองสองพี่น้อง เพิ่มจาก 3 บาน เป็น 5 บาน เพื่อช่วยผลักดันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนให้เร็วที่สุด อันจะช่วยบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้ง และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

เมื่อถามว่า อยากจะฝากอะไรถึงฝ่ายค้านไหม นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวให้ประชาชนเห็นถึงสิ่งที่รัฐบาลจะทำ ต้องเรียนตรงๆ เราต้องมาดูสถานการณ์ในพื้นที่ ให้มาเห็นกับตาตัวเอง เพราะถ้าฟังก็ฟังอยู่แต่ในกระทรวง ในทำเนียบรัฐบาล ก็ไม่เห็นภาพ พอจะทำอะไรก็บอกเดี๋ยวมีโครงการโน้นโครงการนี้สำคัญกว่า แต่พอมาเห็นวันนี้เราก็เริ่มทำให้ได้เห็นแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่ในสังกัดของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ครม. ชุดนี้ก็เห็นชอบโครงการระบายน้ำ โครงการภาพรวมใหญ่ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทยต้องเกิดขึ้นในปี 70 เป็นต้นไป ทำวันนี้อีก 7-8 ปีกว่าจะเสร็จ เราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะมีเหตุต่อสัญญาอะไรอีกหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีวันที่มันจะเกิดขึ้น ตนจะกำชับกระทรวงเกษตรฯและกรมชลประทานต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้ความล่าช้ามักเกิดขึ้นอีก รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิด เราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพี่น้องประชาชน ต้องลดผลกระทบความเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้มีความแตกต่าง จากรัฐบาลอื่น

“นี่คือเหตุผลที่พวกเราออกมา รัฐมนตรีออกมา เพื่อให้เห็นว่าเราช่วยกัน เราให้สำนักงบประมาณบรรจุโครงการเช่นนี้เข้าไป เพื่อลดความเดือดร้อนชาวบ้าน ครม.ก็จะได้ช่วยกัน พูดได้อย่างเต็มที่ เวลาเข้าสภาผู้แทนราษฎรแล้วบอกว่ามิสเตอร์โปรเจ็กต์หรือเปล่า จะทิ้งทวน จะสร้างเพื่อผลประโยชน์ เก็บเปอร์เซ็นต์ ฮั้วผู้รับเหมาหรือเปล่า ก็มาดูคนที่พูดกับคนที่เจอของจริง รับรู้รับทราบสิ่งที่ชาวบ้านเดือดร้อนหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลของผมต้องทำ ผมไม่แคร์ด้วย ถ้าทำแบบนี้เสร็จแล้วชาวบ้านไม่เลือกกลับเข้ามา เราก็มาเล่นเจ็ตสกีแถวนี้ก็ได้ แล้วบอกว่าตรงนี้เราทำมา น้ำไม่ท่วมแล้ว เราทุ่มเทในการทำงาน เราทุ่มเทใช้แรงและสมอง ไม่ใช้ปากทำงานเหมือนคนบางคน” นายอนุทินกล่าว