หน้าแรก การเมือง พิพัฒน์ บอกเ...

พิพัฒน์ บอกเจอ เนวิน ไม่มีคุยเรื่องกล้าธรรม มอง 6 เดือน ยังไม่ถึงเวลาปรับครม.

20.10.26 | 10:47 น.

“พิพัฒน์” บอกเจอ “เนวิน” ไม่มีคุยเรื่องกล้าธรรม มอง 6 เดือนยังไม่ถึงเวลาปรับ ครม.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีปรากฏภาพให้การต้อนรับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ จ.สงขลา ว่า นายเนวินเดินทางพาทีมไปแข่งบอลตามปกติของไทยลีก พบกับทีมปัตตานี แต่เนื่องจากสนามของปัตตานีอยู่ระหว่างปรับปรุงเลยไปใช้สนามของ จ.สงขลาแทน ในฐานะตนเป็นคนสงขลาเมื่อมีบอลนัดใหญ่ๆ มาเลยไปรับชม โดยไปรับนายเนวินและไปดูการแข่งขัน

เมื่อถามว่า นายเนวินได้เปรยหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลตอนไหน นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุย เพราะไปแข่งบอลไม่ได้มีมติทางการเมืองเข้ามาเป็นโจทย์ให้พูดคุยกัน เรื่องการที่ใครจะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ตัดสินใจ


เมื่อถามว่า นายอนุทินได้เปรยอะไรไว้บ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า “ไม่มีครับ” เมื่อถามว่าการปรากฏภาพนายอนุทินทานข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า บังเอิญตนไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยจึงไม่ทราบ แต่นายกฯกับ ร.อ.ธรรมนัส มีความคุ้นเคยกัน ที่ผ่านมามีการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยๆ หากให้ตอบตนก็คงตอบไม่ถูก

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวการรวมพรรคกล้าธรรมมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวมาจากไหน ได้ยินข่าวจากสื่อยังไม่ค่อยเข้าใจว่ากระแสเรื่องนี้เริ่มจากไหน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นคงต้องให้ผู้ใหญ่คุยกัน

เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายพิพัฒน์กล่าวว่า รอถามนายอนุทินดีกว่า อย่าให้ตนพูดเลย พูดไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้ สิ่งต่างๆ ขอให้ถามนายอนุทิน

Advertisement

เมื่อถามว่า ประเมินขณะนี้รัฐบาลแข็งแรงพอหรือยัง นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลแข็งแรงมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน เป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ทำงานมาได้ประมาณ 6 เดือน หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทางโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม คิดว่าสามารถขับเคลื่อนเรื่องนโยบายได้การทำงานไม่มีปัญหา และไม่ใช่ทุกคนเข้าไปแล้วจะทำงานในกระทรวงนั้นๆ ได้ทันที อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจกับข้าราชการ ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับปลัดกระทรวง คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหากเจ้ากระทรวงกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงไม่สามารถคุยกันได้จะทำงานยาก เพราะผู้ใช้งบประมาณคือข้าราชการ

เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้ไม่อยากให้ปรับคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า คิดว่าการทำงานมา 6 เดือนยังไม่ควร แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่นายกฯจะเป็นผู้พิจารณา รวมถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนไม่ได้เป็น