หน้าแรก การเมือง คมนาคมจ่อชง ค...

คมนาคมจ่อชง ครม. ต่ออายุรถไฟฟ้า 40 บาท สายแดง-ม่วง ถึงสิ้นปี 70

21.10.26 | 17:44 น.

คมนาคมจ่อชง ครม. ต่ออายุรถไฟฟ้า 40 บาท สายแดง-ม่วง ถึงสิ้นปี 70

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2569 ว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดยพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การรายงานความคืบหน้าการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อถ่ายโอนการบริหารจัดการรถไฟฟ้า 2.การขยายมาตรการค่าโดยสารสูงสุด 40 บาทตลอดวัน สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง และ 3.การขอกรอบวงเงินงบกลางไม่เกิน 5,800 ล้านบาท เพื่อรองรับมาตรการค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสาย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดทำ MOU เพื่อถ่ายโอนการบริหารจัดการรถไฟฟ้าระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอร่าง MOU ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ หากไม่มีข้อขัดข้องจะสามารถลงนามได้ ก่อนรายงานให้ ครม. รับทราบตามขั้นตอนต่อไป


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต่อมา กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเตรียมขอต่ออายุมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 40 บาทตลอดวัน สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ออกไปอีก 1 ปี 1 เดือน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ ผู้โดยสารต้องเลือกว่า จะเลือกใช้มาตรการใดให้เหมาะกับการเดินทาง ของตนเองที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มากกว่า ระหว่างค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันในสายสีแดงและสีม่วง กับมาตรการ 17-45 บาท ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย หากต้องเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสาย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสาย กระทรวงคมนาคมจะเสนอ ครม. ขอกรอบวงเงินงบกลางไม่เกิน 5,800 ล้านบาท เพื่อทดลองจ่ายชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2570 เนื่องจากปัจจุบัน รฟม. ได้นำงบประมาณไปใช้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้ว และยังไม่ถึงรอบที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนกลับคืน จึงจำเป็นต้องขอกรอบวงเงินงบกลางรองรับไว้ก่อน โดยจะเบิกจ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การเบิกจ่ายเงินทั้งก้อน

นอกจากนี้ เมื่อเริ่มดำเนินมาตรการแล้ว คาดว่าจะมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า Induced Demand ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาร่วมกับการคำนวณผลตอบแทนระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยภาครัฐและผู้ประกอบการได้หารือเบื้องต้นว่า หากมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากประมาณการ จะต้องมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่รัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด

Advertisement

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมั่นใจว่าอาจไม่จำเป็นต้องใช้กรอบวงเงินงบกลางเต็มจำนวน 5,800 ล้านบาท โดยจะประเมินจำนวนผู้โดยสารหลังดำเนินมาตรการไปแล้วประมาณ 3 เดือน และใช้ข้อมูลผู้โดยสารเฉลี่ยในปีก่อนหน้าเป็นฐานเปรียบเทียบ เพื่อคำนวณจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับระบบตั๋วและการชำระค่าโดยสาร ที่ประได้ข้อสรุปว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิลดค่าโดยสารตามมาตรการ 17-45 บาทตลอดสาย จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และชำระค่าโดยสารผ่านบัตร EMV ที่รองรับระบบ Visa หรือ Mastercard เท่านั้น เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ธนาคารกรุงไทยสามารถรองรับและเชื่อมโยงข้อมูลได้ ขั้นตอนการใช้สิทธิ ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าโดยสารเต็มจำนวนก่อน จากนั้นระบบจะคืนเงินส่วนต่างผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตังภายใน 3 วัน หรือ T+3

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับบัตรโดยสารประเภทอื่น เช่น บัตรแรบบิท (Rabbit) ขณะนี้ยังไม่สามารถใช้สิทธิได้ เนื่องจากระบบข้อมูลธุรกรรมยังไม่ได้รับการรับรองให้เชื่อมโยงกับระบบที่กำหนด อย่างไรก็ตาม หากผู้ให้บริการบัตรสามารถปรับปรุงระบบให้รองรับมาตรฐานสากลและผ่านการตรวจสอบได้ ก็สามารถเข้าร่วมมาตรการในอนาคตได้ โดยไม่ได้จำกัดตามยี่ห้อบัตร แต่พิจารณาจากมาตรฐานการชำระเงินเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุ 7-15 ปี ซึ่งยังไม่สามารถเปิดบัญชีเป๋าตังได้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารกรุงไทย เพื่อกำหนดแนวทางให้ผู้ปกครองยืนยันตัวตนและผูกบัตรโดยสารของเด็กเข้ากับบัญชีเป๋าตังของผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถรับเงินคืนได้ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนทั้งบัตรของผู้ปกครองและบัตรของเด็ก แต่ทั้งนี้ รายละเอียดทางเทคนิคยังอยู่ระหว่างการหารือเพิ่มเติม

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมได้หารือกับธนาคารกรุงไทยเพื่อเตรียมแนวทางรองรับผู้โดยสารที่ใช้บัตร EMV โดยจะจัดช่องทางชำระเงินเพิ่มเติม และติดตั้งเครื่องอ่านบัตร EMV ประมาณ 5-6 เครื่องต่อสถานี เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน จัดทำแนวทางปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญา และรายงานความคืบหน้าเป็นรายสัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินมาตรการได้ตามเป้าหมายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570