ก.พ. เผย เออร์ลี่รีไทร์ ขรก. ได้เงินก้อน 8-18 เท่า ขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือ จ่อชง ครม.พิจารณา
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ (Early Retirement) ว่า คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลักการของมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ
ซึ่งมีประเด็นสำคัญเป็นการกำหนดกรอบการดำเนินมาตรการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยให้เริ่มออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 เป็นต้นไป (ผู้เข้าร่วมมาตรการ จะต้องเป็นผู้ที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป)
โดยผู้เข้าร่วมมาตรการ จะมีสิทธิได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน 8 – 18 เท่า ของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) ขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ แต่ละคน และมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการฯ ในบางประเด็นให้มีความสมบูรณ์ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาโดยเร็วต่อไป
ขณะที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวถึงเกณฑ์ผู้เข้าโครงการว่า ตามที่เคยมีมติ อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตา ก็อาจจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปี เข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่นลาออกไปดูแลญาติพี่น้อง หรือดูแลตัวเอง
เมื่อถามว่า เข้าร่วมโครงการแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามารับราชการได้อีกใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงตุลาการและอัยการ เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็อาจจะมีการเรียกเงินคืน
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหรือไม่ว่าต้องการให้มีข้าราชการออกกี่คน นายปกรณ์ กล่าวว่า 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการ 5 ปี เพราะฉะนั้น ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ที่ออกจากราชการ 3 หมื่นคน

