‘กระทรวง พม.’ ประกาศบนเวที InterPride ยกผลงาน “เศรษฐา-แพทองธาร” ดันสมรสเท่าเทียมสำเร็จ สร้างจุดเปลี่ยนให้สังคมไทยยอมรับและให้สิทธิคนทุกเพศ
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าร่วมเวทีระดับโลก InterPride 2026 ที่ จ.ภูเก็ต พร้อมกล่าวบนเวทีฉลองครบรอบ 1 ปี สมรสเท่าเทียมในไทย ซึ่งจัดโดยสถานกงสุลใหญ่ออสเตรเลียประจำภูเก็ต ร่วมกับมูลนิธิแอ็พคอม ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569
นายเอนกชัย ย้ำว่า ความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม มาจากความมุ่งมั่นของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 2 อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เชื่อว่าความรักของคนไทยทุกคนควรได้รับการรับรองสิทธิอย่างเท่าเทียม การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย และชาติแรกในอาเซียนที่เปิดรับการสมรสของกลุ่มหลากหลายทางเพศ สะท้อนภาพลักษณ์ไทยที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQIA+ อย่างแท้จริง

การบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในรัฐบาลนางสาวแพทองธาร เมื่อเดือนมกราคม 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสังคมไทย ทั้งในด้านระบบกฎหมายและมุมมองของสังคม
ในด้านระบบกฎหมาย ถือเป็นการรับประกันว่า “คนทุกเพศ” มีสิทธิสร้างครอบครัว นำไปสู่การปรับแก้กฎหมายให้เป็นกลางทางเพศ เช่น เปลี่ยนคำว่า “สามีภรรยา” เป็น “คู่สมรส” และ “ชายหญิง” เป็น “บุคคล”
ในด้านมุมมองของสังคม สมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยก้าวหน้าและเคารพในคุณค่าของคนทุกเพศ เมื่อทุกคนรู้สึกปลอดภัยก็กล้าเปิดเผยตัวตนและใช้ชีวิตได้อย่างภูมิใจ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่กลุ่ม LGBTQ+ แต่ดีต่อคนทุกเพศในสังคม

ความสำเร็จนี้ยังตอกย้ำว่าไทยเป็นผู้นำด้านสิทธิเสรีภาพในภูมิภาค ซึ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และคนเก่งจากต่างประเทศที่ชอบสังคมที่เปิดกว้าง นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ไทยได้อีกมาก ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การลงทุน และแบรนด์สินค้าไทย
อย่างไรก็ตาม งานไม่ได้จบแค่กฎหมายสมรสเท่าเทียม กระทรวง พม. ภายใต้การนำของนายนิกร โสมกลาง รมว.พม. จะยังเดินหน้าพัฒนานโยบายและสังคม เพื่อให้ทุกคนได้โอกาสที่เท่าเทียมกัน ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย พร้อมดูแลประชาชนด้วยความเข้าใจ และพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้สื่อสารอย่างสุภาพและเป็นกลาง เพื่อส่งเสริมสังคมที่เท่าเทียมอย่างต่อเนื่อง

การสร้างสังคมที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริงต้องอาศัยทุกคนช่วยกัน งานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สะท้อนว่าทุกภาคส่วนพร้อมลุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทางกระทรวง พม. พร้อมรับฟังปัญหาและร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาและทลายอุปสรรคต่างๆ ให้คนทุกเพศเข้าถึงสิทธิและโอกาสได้อย่างแท้จริง
ในการประชุม InterPride ครั้งนี้ ประเทศไทย โดย Bangkok Pride ภาครัฐ เอกชน และพันธมิตร ได้นำเสนอแผนงาน (Bid Book) รอบสุดท้าย เพื่อเดินหน้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก WorldPride 2030
“ผมขอชวนพี่น้องประชาชนทุกคน ส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้ทีมไทยแลนด์ไปด้วยกันครับ ร่วมเป็นหนึ่งเสียงบนเส้นทางสู่ WorldPride 2030 เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ และทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองแห่งโอกาสและความเท่าเทียมสำหรับทุกคน”




