“นายกฯ” สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ครม.สัญจรอุดรธานี วางนโยบายภาคเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ ชูผลงานจัดพืชสวนโลกสำเร็จ ขอให้ “กษ” ติดตาม เหตุซุปเปอร์มาร์เก็ตแทบยุโรปถูกแฮก ปิดระบบห้องเย็นทำสินค้าเสียหาย มองเป็นโอกาสไทย สถาปนาเป็นประเทศความมั่นคงทางอาหาร ชี้ BOI ต้องอำนวยความสะดวกนักลงทุนทั้งใน – ต่างประเทศ แต่ต้องเข้ามาด้วยความถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎระเบียบไทย
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินจากโรงแรมโมโค อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก มายังศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 (ครม.สัญจร)
โดยนายกฯและครม.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด ผ้าทอเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี สีน้ำเงินเข้มย้อมครามธรรมชาติ ทอด้วยเทคนิค 4 ตะกอ เป็นลายลูกแก้วที่มีเอกลักษณ์ ก่อนนำมาตกแต่งด้วยผ้าหมี่ขิดที่รวมลวดลายสำคัญของจังหวัดไว้บนเสื้ออย่างมีความหมาย
เมื่อมาถึงนายกฯเยี่ยมชมบูธและนิทรรศการภายในงาน อาทิ บูธกลุ่มปั้นหม้อเขียนสี บ้านเชียง โดยนายกฯได้เซ็นชื่อลงบนไห จากนั้นชมบูธศูนย์เกษตรนวัตศิลป์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม โดยทางร้านได้ให้ภาพวาดเหมือนนายกฯที่วาดจากสีธรรมชาติ บนกระดาษที่ทำมาจากจอกหูหนู

จากนั้นนายกฯได้ถ่ายภาพร่วมกับครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ จ.อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ

จากนั้น เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดอุดรธานี ว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญ และเมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) ได้มีการเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีทั้งหมดได้รับเชิญมาร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ จึงตกลงกันว่าควรจะมาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดอุดรธานีในโอกาสเดียวกันนี้ ซึ่งงานมหกรรมพืชสวนโลกได้มีการเปิดงานเมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะเจ้าภาพหลัก คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการด้วยความทุ่มเท ซึ่งในภาพรวมงานมีความยิ่งใหญ่ และมีความหมาย
เชื่อว่าจะเป็นที่สนใจของภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่นอกจากเดินทางมาเที่ยวยังจะได้รับฟังสาระทางวิชาการทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ในช่วงการจัดงานด้วย ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็นเวลา 134 วัน จึงขอให้รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องขององค์ความรู้ด้านการเกษตร เช่น พันธุ์ไม้ และสินค้าที่เป็นผลผลิตจากการเกษตรต่างๆ ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ หรือแม้แต่หน่วยงานในสังกัดที่จะมาเที่ยวชม และรับข้อมูลองค์ความรู้ต่างๆ จากงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนอยากใช้โอกาสที่มาประชุมคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดอุดรธานี ในการวางนโยบายภาคการเกษตรซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญมาก เนื่องจากภาคการเกษตรคือหัวใจของประเทศไทย เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลาย 10 ล้านคน วาระด้านการเกษตรจึงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทุกด้าน ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบราคาถูกมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรให้เป็นทั้งแหล่งอาหาร และแหล่งพลังงานในอนาคตโดยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักไปพร้อมๆกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า หากทุกท่านติดตามข่าวเมื่อเช้านี้มีข่าวแปลกๆ แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ว่าเครือข่ายร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายอาหารในแถบยุโรป ถูกอาชญากรรมไซเบอร์ทำให้ระบบห้องเย็นอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นการปิดห้องเย็น แต่โหดกว่านั้นคือการทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้สินค้าต่างๆ เกิดการเน่าเสียมากมายจนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นข่าวที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลขณะที่การรายงานข่าวทั่วไปยังไม่ได้มีการตรวจสอบ
จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามว่าข่าวนี้จริงหรือไม่ ระบบนี้สามารถถูกแฮกข้อมูลจากอาชญากรรมไซเบอร์ได้แค่ไหน ถ้าเป็นเรื่องจริงเราก็ต้องรับทราบ เพราะไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเหล่านี้ไป จึงต้องระวังทุกอย่าง หากมีระบบแบบนี้จริงจะต้องมีการระบบการชำระเงินใหม่ เพราะหากส่งสินค้าไปแล้วให้เครดิตผู้รับซื้อยาวแล้วมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผู้ประกอบการทั้งหลายอาจไม่ได้รับการชำระเงิน เพราะเมื่อคนที่รับซื้อเกิดความสูญเสียมากๆ เป็นระดับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คนที่จะเดือดร้อนที่สุดคือผู้จำหน่ายสินค้าต้นทาง

ขณะเดียวกัน ถือเป็นโอกาสของประเทศไทย เพราะจะมีความต้องการทางด้านอาหารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และด้วยนโยบายของรัฐบาลนี้ เน้นให้ทุกฝ่ายได้ทราบอยู่แล้วว่าเราต้องการสถาปนาความเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร ที่สามารถจัดส่งหรือสนองความต้องการในต่างประเทศได้ รวมถึงยังสามารถส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อสร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับคนไทย เพราะฉะนั้น ตอนนี้ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ติดตาม เพื่อนำมาหารือร่วมกันโดยหวังว่านโยบายด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหารจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย
“ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นจุดสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย เนื่องจากเราเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะอาหารพืชผักผลไม้ ซึ่งเป็นประเทศไทยมีสินค้าเหล่านี้ที่เป็นคุณภาพระดับโลก” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงท้ายว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีภาคเอกชนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยเป็นเงินจำนวนมหาศาล บางทีผู้บริหารระดับสูงหรือทางสถานทูตเข้ามา ตนต้อนรับแทบทุกราย ซึ่งเป็นการได้พบกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เข้ามาในไทยด้วยเงินลงทุนจำนวนมหาศาล สิ่งที่เราควรจะดีใจ และมั่นใจคือตนได้ถามเขาทุกรายว่าทำไมต้องเป็นประเทศไทยทำไมไม่ไปที่อื่น คำตอบแรกคือประเทศไทยมีความพร้อมเรื่องของระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ เป็นประเทศที่มีกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับ มีความยุติธรรมในระดับสากล
รวมถึงประเทศไทยมีบุคลากรที่มีการศึกษาจบหลักสูตร ที่เขาคิดว่าจะสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีมาให้คนไทยได้ทำงานภายใต้การลงทุนได้ด้วยความมั่นใจ ถ้าเป็นสมัยก่อนคนที่เข้ามาลงทุนจะบอกว่าแรงงานถูกวันละไม่กี่สตางค์ก็รับได้ และคนไทยชอบทำโอเวอร์ไทม์ แต่ปัจจุบันเขาพูดเรื่องความเสถียรของระบบสาธารณูปโภคที่กระจายไปในทุกที่ที่มีการลงทุน พร้อมกับชื่นชมคนไทยที่สามารถรับ และฝึกฝนเทคโนโลยีได้ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นตัวเพิ่มยอดรายได้ด้านการค้า นอกเหนือจากรายได้จากการลงทุน และการเสียภาษีในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาลงทุนมีบ่นนิดหน่อยในเรื่องของขั้นตอนการอนุมัติ รวมถึงระเบียบต่างๆ ที่มีหลายหน่วยงานมากเกินไป และบางหน่วยงานยังมีนโยบายที่ขัดแย้งกันอยู่ แม้สุดท้ายจะได้รับการอนุญาต แต่ก็ใช้เวลานานทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งกรณีนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ซึ่งเรามีนโยบาย Thailand Fast Pass ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งบีโอไอเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานกับทุกหน่วยราชการ เพื่อให้ขั้นตอนการอนุมัติมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงขอให้ทุกกระทรวงให้ความร่วมมือกับบีโอไอในกรณีที่ได้รับการประสานมา ให้ได้รับความสะดวกในการประกอบกิจการของผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีเกษตรกรเยอะมาก และเป็นภาคที่สร้างรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรทุกด้านอย่างมาศาลให้กับประเทศ เราจึงมีเป้าหมายที่ชัดเจนตรงไปตรงมา เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นสินค้าเกษตรของประเทศไทยต้องมีมูลค่าที่สูงขึ้น และภาคการเกษตรต้องเป็นเครื่องกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง



