หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ย้ำ สม...

พริษฐ์ ย้ำ สมาธิหลักฝ่ายค้าน อยู่ที่ซักฟอก 151 ตั้งใจให้ปชช.เห็นความพยายามกินรวบทุกสถาบัน-พัวพันคดีทุจริต

3.11.26 | 10:57 น.

“พริษฐ์”ย้ำ สมาธิหลักฝ่ายค้านอยู่ที่ ซักฟอก 151 ตั้งใจให้ ปชช.เห็นความพยายามกินรวบทุกสถาบัน -พัวพันคดีทุจริต-แก้ปัญหาล้มเหลว เตรียมหารือยื่น152 เพิ่มหรือไม่ เผย พ.ย.นี้ใช้ 3 กลไก สภาตรวจสอบรัฐบาล

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า วันนี้จะมีการพูดคุยกันถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 โดยฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าหมุดหมายสำคัญขณะนี้ คือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ตั้งใจที่จะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าปัญหาที่เผชิญอยู่ เศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพ น้ำท่วม หรือโอกาสเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางการงาน ล้วนมาจากต้นตอพฤติกรรม พยายามกินรวบทุกสถาบันทางการเมือง หรือเข้าไปพัวพันกับคดีการทุจริต และยังเป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านมีความพร้อมที่จะซักฟอกทั้งเนื้อหาและข้อมูลหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดสรรเวลาให้กับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน


“เมื่อวันอภิปรายขยับไปอยู่ช่วงเดือนต้นเดือนธันวาคม และมีเวลาเว้นว่าง 1 เดือน ช่วงพฤศจิกายนนี้ ฝ่ายค้านจะจับตาว่ารัฐบาลมีการกระทำใดไปซ้ำเติมกับการกระทำเดิม หรือแทรกแซงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อกล่าวหา หรือการก่อให้เกิดปัญหาใหม่ที่ต้องเอาไป เพิ่มเติมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จะเป็นสมาธิหลัก” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนญัตติ 152 ก็ยังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถยังสามารถใช้ได้จนกว่าจะเป็นสมัยประชุม แต่ในช่วง 1 เดือนที่ยังไม่ได้มีการอภิปรายมาตรา 151 ฝ่ายค้าน มีกลไก 3 ประการ ซึ่งเป็นกลไกในสภาในการตรวจสอบรัฐบาล แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน คือ 1.การผลักดันร่างกฎหมาย ที่เสนอโดยพรรคฝ่ายค้าน มีหลายฉบับ เชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ เช่นร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ในการกำหนดให้รัฐเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า 2.ผลักดันญัตติของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่ให้สภาเสนอแนะแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2571 เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบให้สอดคล้องกับปัญหาที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ต่อวิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางภูมิลักษณะ ภัยพิบัติ และ 3.ผลักดันให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายที่จะต้องพิจารณาร่วมกันทั้ง ส.ส.และ ส.ว.เช่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ฉบับคืนสิทธิให้ประชาชนถอดถอนคณะกรรมการองค์กรอิสระ

Advertisement