หน้าแรก การเมือง อภิสิทธิ์ ซัด...

อภิสิทธิ์ ซัด โสภณ สั่งริบอำนาจกมธ.สภา ส่อขัดรธน. เหน็บ อย่ากลัวตรวจสอบ ถ้าสิ่งทำโปร่งใส

3.11.26 | 13:59 น.

อภิสิทธิ์ ซัด ประธานสภาฯ ออกคำสั่งตัดอำนาจตรวจสอบกมธ. 35 คณะ ส่อขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เอื้อสส.รัฐบาลลอยนวล ตรวจสอบไม่ได้ รับกังวลสุด ทุกอย่างต้องสนองสส.ภูมิใจไทย เหน็บรัฐบาลอย่ากลัวการตรวจสอบ ถ้าสิ่งทำอยู่ ถูกต้อง-โปร่งใส

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ วามดูพลี กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญทั้ง 35 คณะ ว่า วันนี้ที่ประชุมวิปฝ่ายค้านน่าจะมีการหารือกันในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ส่วนตัว เห็นว่า กมธ.คณะที่ตนอยู่ก็พยายามทำให้การกำหนดระเบียบวาระ การเชิญการประชุม การจะเชิญหน่วยงานไหนเข้ามาให้ข้อมูลนั้นก็จะพยายามให้ทุกคนในคณะกรรมาธิการได้มีส่วนร่วม แต่การไประบุว่าจะต้องเป็นมติในทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะเป็นปัญหาในกรณีที่เรามีรัฐบาลหรือส.ส.ในฝ่ายรัฐบาลที่เกิดจะไม่ยอมรับการตรวจสอบขึ้นมา เพราะกรรมาธิการทุกคณะ หรือเกือบทุกคณะ ส.ส.รัฐบาลเป็นเสียงข้างมากอยู่ในนั้นอยู่แล้ว

“สมมุติจากนี้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่อยากให้มีการตรวจสอบเรื่องนั้น เรื่องนี้ กรรมาธิการก็พิจารณาไม่ได้ ก็คงไม่ใช่วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มีกลไกเหล่านี้อยู่ ใจผมหลักคือหาความพอดี ถ้าเกรงกลัวว่าประธานคณะกรรมาธิการจะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ต้องขอมติก็ได้ แต่ให้มาแจ้งที่ประชุมก็ได้ แจ้งแล้วอาจจะมีการทักท้วง หรือมีอะไรก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ถ้าไปตีกรอบเอาไว้แบบนี้ ถ้าถามว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย การตรวจสอบหรือการทำงานของสภาก็ทำต่อไม่ได้ ถือว่าผิดเจตนารมณ์ของกลไก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


เมื่อถามว่าขณะนี้มีความกังวลว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นการมัดมือ มัดเท้าการตรวจสอบของภาคฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริง ๆ ตอนนี้ที่น่ากังวลมากกว่าคือ ความพยายามในการแก้ไขข้อบังคับสภา พูดง่าย ๆ คือต่อไปนี้ทุกอย่างจะถูกกำหนด ในการทำงานของสภาทั้งหมด แม้กระทั่งจำนวนประธานกรรมาธิการก็อาจจะกลายเป็นฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด ถ้ามีการแก้ข้อบังคับตามที่มีการเสนอของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า จริง ๆ ก็แก้ปัญหากันได้มาโดยตลอด การทำงานในระบบสภาต้องอาศัยประเพณีและวัฒนธรรมทางการเมือง และการยอมรับบทบาทของกันและกัน รัฐบาลต้องมีเสียงข้างมากในสภา รวมถึงเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ แต่หลักของการตรวจสอบคือต้องเปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อยตรวจสอบได้ ซึ่งกรรมาธิการแต่ละชุด ตามข้อบังคับข้อกำหนดเอาไว้อยู่แล้วว่าพิจารณาเรื่องใดได้ เรื่องใดไม่ได้ อำนาจที่จะใช้ได้ตามกฎหมายก็มีกรอบอยู่ ดังนั้นไม่ควรมีข้อกังวลอะไร

“ดังนั้นจึงต้องฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าได้กลัวการตรวจสอบ ถ้าสิ่งที่ท่านทำอยู่ ถูกต้องโปร่งใสก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเรื่องการตรวจสอบ ตรงกันข้ามถ้าการตรวจสอบทำให้ท่านสามารถแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนั้นมีเหตุมีผล มันดีอยู่แล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง ถ้าการตรวจสอบโดยฝ่ายค้านหรือเสียงข้างน้อย ทำเหลวไหล ฝ่ายค้านก็เสียหายเอง จึงขอให้กลไกได้ทำงานไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาธิปไตย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าย้ำถือว่าเป็นความพยายามกินรวบ ปิดประตูการตรวจสอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นความกังวลแสดงออกมาหลายรูปแบบเหลือเกิน แต่อย่างที่บอกว่าอย่าไปกลัวเลยเพราะถึงอย่างไรท่านก็หนีความจริงไปไม่พ้น

เมื่อถามต่อว่า เรื่องนี้จะมีการดำเนินการหรือว่ายื่นหนังสือคัดค้านอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางวิปฝ่ายค้านมีการหารือกันเมื่อช่วงเช้า 3 พฤศจิกายน แต่ตนไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ยังไม่ทราบว่าได้ข้อสรุปอย่างไร แต่ส่วนตัวอย่างที่ตนบอกว่าควรผ่อนลงมา การไปบังคับด้วยมติทุกอย่างจะทำให้การทำงานยากมาก แต่การมาซักซ้อมหรือมีกระบวนการหารือกันคิดว่าทำได้อยู่แล้ว จริง ๆ กลับมาพิจารณาคณะที่ตนอยู่ทุกคณะ ตอนนี้ก็มีลักษณะการเปิดโอกาสให้มีการคุยกัน ทุกคนรู้ว่าเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้