หน้าแรก การเมือง ไอติม ลั่นไม่...

ไอติม ลั่นไม่ต้องท้า พร้อมตรวจสอบโสภณ จี้แก้ปัญหากมธ.ซ้ำซ้อน ให้ลดคณะลง

4.11.26 | 10:31 น.

ไม่ต้องท้า ‘พริษฐ์’ โต้ ‘โสภณ’ ยื่น ป.ป.ช. บอก ฝ่ายค้านตรวจสอบอยู่ตลอด หากพบทำหน้าที่มิชอบ ย้ำ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ออกมา ชี้เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเผยเตรียมทำหนังสือท้วง-เข้าหารือเป็นทางการ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาชี้แจงเรื่องการจัดระเบียบการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะระบุว่าเป็นการแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนไม่ได้ปิดปากฝ่ายค้าน และหากคิดว่าทำผิดก็ไปยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เลย ว่า


มุมมองที่ฝ่ายค้านมองต่อแนวทางการดำเนินการล่าสุดของประธานสภาฯ แม้จะได้ยินคำชี้แจงเพิ่มเติมก็ยังยืนยันว่ามีความคิดที่แตกต่างกันอยู่ คือในเชิงเนื้อหาสาระเรามีความกังวลใจที่กำหนดว่าการดำเนินการทั้งหมดของคณะกรรมาธิการ จะไม่สามารถกระทำได้หากไม่มีมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด คิดว่าจะกระทบต่อความคล่องตัวการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ และเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถสั่งการให้สส. ฝั่งรัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการสกัดกั้นไม่ให้มีการตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แม้ว่าเรื่องนั้นอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการก็ตาม ดังนั้น เรายังมีความกังวลใจในสาระตรงนี้อยู่

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระบวนการต้องยอมรับว่าแม้จะมีการหารือกันเบื้องต้น ในที่ประชุมระหว่างประธานสภาฯ ประธานวิปรัฐบาล ประธานวิปฝ่ายค้าน และประธานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างกันหลากหลาย ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่เป็นข้อยุติและยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งในวันดังกล่าวประธานสภาฯ ก็ได้ตอบรับข้อเสนอของตนที่ทิ้งท้ายในที่ประชุมว่า หลังจากรวบรวมความคิดเห็นแล้วก่อนที่จะมีการออกแนวทางและมีผลบังคับใช้กับสภาฯ ก็ควรที่จะมีการปรึกษาหารือเพิ่มเติม ลงเพื่อลงในรายละเอียด เกี่ยวกับข้อกังวลของแต่ละฝ่าย แต่แนวทางของสภาฯ ออกมาโดยที่ยังไม่มีการหารือเพิ่มเติม ตามที่ได้มีการคุยกันไว้

“วันนี้ผมจะมีการออกหนังสือตามมติของที่ประชุมวิปฝ่ายค้านว่าจะทำหนังสือทักท้วงและแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวทางดังกล่าว และขอเข้าหารือกับประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการรวมถึงภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน” นายพริษฐ์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า หากประธานสภาฯ ยังคงเดินหน้าตามระเบียบเดิม มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่วิปฝ่ายค้านจะไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราอยากเน้นหาทางออก เพราะเรายืนยันว่าอยากให้การทำงานของคณะกรรมาธิการทำได้เต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ และคิดว่าการวางมาตรฐานในเรื่องนี้ที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องของสภาชุดใดชุดหนึ่ง แต่เป็นการวางบรรทัดฐานในอนาคตด้วยว่าไม่ว่ารัฐบาลจะประกอบไปด้วยพรรคการเมืองใดก็ตาม เราต้องการให้สภาฯ และกลไกของคณะกรรมาธิการ สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ทุกยุคทุกสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ส่วนเรื่องจะมาท้าว่าให้ไปยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ไม่ต้องท้า เพราะเรามีการตรวจสอบตลอดอยู่แล้ว หากเราเห็นว่ามีข้อมูลและการกระทำที่ผ่านมาเข้าข่ายการทำหน้าที่โดยมิชอบ เราก็พร้อมที่จะใช้สิทธิ์ตามขั้นตอนอยู่แล้ว” นายพริษฐ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า การแก้ปัญหาตรงนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการทบทวนเรื่องของจำนวนคณะกรรมาธิการจาก 35 คณะให้มีจำนวนที่น้อยลงนั้น มีส.ส.จากพรรคประชาชนเสนอไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคิดว่าเป็นวาระที่สามารถหารือกันได้ แต่เป็นคนละเรื่องกับการแก้ไขปัญหาเรื่องการทำงานซ้ำซ้อน เพราะถ้าเราไปดูทั้ง 35 คณะ ถ้าเราปรับลดให้มีจำนวนน้อยลงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีบางเรื่อง ที่อาจจะคาบเกี่ยวหลายคณะ เช่น ปัญหาหนี้สินครู ถ้าตามโครงสร้างปัจจุบันก็คาบเกี่ยวคณะกรรมาธิการหนี้สิน และคณะกรรมาธิการการศึกษา ถ้า 2 คณะนี้จะพิจารณาก็คิดว่าไม่เกินขอบเขตอำนาจของเขา ดังนั้น การส่งเสริมให้มีการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ ก็จะเป็นทางออกที่ดี ทำให้เราสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้

“ผมขอย้ำว่าเข้าใจถึงเจตนารมย์และเห็นด้วยกับการพยายามที่จะแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อน ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ และการพยายามที่จะส่งเสริมบรรยากาศให้มีการหารือร่วมกัน แต่คิดว่าทางออกที่ออกมาการไปกำหนดว่าทุกการกระทำจะต้องมีมติอย่างเคร่งครัด ผมคิดว่าไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างถูกจุด แต่ถ้าโจทย์คือการแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนและการหารือร่วมกันตรงนี้เราพร้อมที่จะรับฟัง และหาทางออกร่วมกัน แต่ทางออกไม่ใช่เป็นไปตามแนวทางที่ประธานออกมาเพราะเป็นการทำลายการตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ” นายพริษฐ์ กล่าว