หน้าแรก การเมือง รองโฆษกรบ. เต...

รองโฆษกรบ. เตือน เปิดรับบริจาคผิดวิธี เข้าข่ายฉ้อโกง-ฟอกเงิน โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

7.11.26 | 12:09 น.

รองโฆษกรบ. เตือน เปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุกไม่รู้ตัว เข้าข่ายฉ้อโกงหรือฟอกเงิน โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี แจงปมข่าวคุก 9 ล้านปี ย้ำ ต้องดูพฤติการณ์-ไม่ได้นับกระทงจากยอดโอนอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในช่องทางสื่อออนไลน์ และได้มีการแชร์กันอย่างแพร่หลายว่า คดีฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี คิดแยกตามกระทง ในกรณีคนบริจาค 1.8 ล้านครั้ง ก็ 1.8 ล้านกระทง อาจมีโทษจําคุกถึง 9 ล้านปี นั้น เป็นข่าวบิดเบือน

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ข้อเท็จจริง แม้ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกําหนดว่า ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทําด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีก็ตาม แต่การพิจารณาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม ต้องพิจารณาลักษณะการหลอกลวง เจตนา วัน เวลา และพฤติการณ์แห่งคดี ไม่ใช่อาศัยจํานวนธุรกรรมเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) กําหนดว่าเมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทําการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจําคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกําหนดยี่สิบปี สําหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจําคุกอย่างสูงเกินสามปี แต่ไม่เกินสิบปี


นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า กรณีการเปิดรับบริจาคเงินเข้ามูลนิธิหรือบัญชีส่วนตัวแต่ไร้ใบอนุญาต และมีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนึ้

1.พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 (ม.6, ม.17) การตั้งเรี่ยไร หรือเปิดรับบริจาค โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 200 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.ประมวลกฎหมายอาญา (ม.341, ม.343) ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลอกลวง ต้มตุ๋น หรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

Advertisement

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ บูรณาการความร่วมมือร่วมกันกำหนดมาตรการกำกับดูแลการจดทะเบียนและการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ตรวจสอบวิธีการขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งมูลนิธิขึ้นมาบังหน้าหรือนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หากพบการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ เข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชน หรือการฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การดำเนินกิจการของมูลนิธิต้องยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค