แท็งก์ความคิด : รุ่นใหม่-ไอเดียใหม่
เก็บตกมาจากงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY : เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม
งานดังกล่าวมติชนจัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ
โฟกัสในเรื่อง Longevity เรื่อง Wellness เรื่อง New Tourism เรื่อง New Economy
บนเวทีมีวิทยากรผู้รู้และเชี่ยวชาญคลุกคลีอยู่ในวงการท่องเที่ยวสลับกันขึ้นแสดงความคิดเห็น
ทั้ง ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ โครงการ WellEra บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH)
ภายในงานเชิญผู้ที่อยู่ในวงการมาร่วมฟังและซักถาม แสดงความคิดเห็น
ทุกเซ็กชั่นที่เกิดขึ้นฉายภาพความเป็นไปได้ของ Longevity และ Wellness อย่างแจ่มชัด
เนื้อหาที่ปรากฏทำให้ทุกคนมองเห็นโอกาสของประเทศไทย
หนึ่ง คือ อัตราการเติบโตทางบริการของไทยกำลังเป็นขาขึ้น ขณะที่อัตราการเติบโตทางสินค้ากำลังเป็นขาลง
หนึ่ง คือ เทรนด์ท่องเที่ยวปัจจุบันนิยมเกี่ยวกับสุขภาพเป็นอย่างมาก
สังเกตได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยที่แม้จะน้อยลง แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์นั้นสูงขึ้นมาก
หนึ่ง คือ ประเทศไทยมีความได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในด้านการแพทย์ และการส่งเสริมสุขภาพ
สมควรเป็นอย่างยิ่งที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะได้รับการส่งเสริม
หากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้รับการเสริมส่งอย่างคึกคัก โอกาสที่เอกชนไทยจะต่อยอดให้เกิด new S curve ก็มีมาก
ในเซ็กชั่น ‘Next Gen Business Talk’ มีตัวอย่างการต่อยอดที่น่าสนใจ
ช่วงเวลาดังกล่าว มี พราวพุธ ขึ้นให้สัมภาษณ์คู่กับ นพ.นพรัตน์
พราวพุธได้ฉายไอเดียหนึ่ง นั่นคือ Sports Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้ได้ฟังกัน
พราวพุธมองเรื่องของ Sports Tourism เป็น 2 มุม
หนึ่งคือมุมการพัฒนานักกีฬาไทย อีกหนึ่งคือมุมของการท่องเที่ยว
ในมุมการพัฒนานักกีฬาไทย ขยายความได้ว่า การท่องเที่ยวเชิงกีฬานี้เป็นโอกาสที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นแชมป์โลกมากประเภทขึ้น
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีแชมป์โลกในกีฬาต่างๆ อาทิ กอล์ฟ เทนนิส และอื่นๆ มาแล้ว
ต่อไปหากมีการฝึกฝน ไทยอาจจะมีแชมป์โลกเพิ่มขึ้นอีกหลายประเภทกีฬา
ส่วนในมุมของการท่องเที่ยว สามารถทำรายได้ให้ประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ เพราะช่วงหลัง Wellness และ Sports เป็นเทรนด์ที่มาแรง
ขณะนี้เริ่มมี Sport Facility เกิดขึ้นหลายแห่งในประเทศ อย่างในกรุงเทพฯก็มีหลายที่
สถานที่เหล่านี้สามารถรองรับทั้งการแข่งขัน และการ training จากมือโปร
พราวพุธยกตัวอย่างที่อารีน่า หัวหิน (Arena Hua Hin)
ที่นั่นมีสนามฟีฟ่าฟุตบอล อยู่ 4 สนาม ทำให้มี ‘โปรทีม’ ของประเทศต่างๆ ที่ Off-season มาจัดเคบิน อยู่ในหัวหิน
การมาอยู่ของทีมเหล่านี้ อยู่ทีละ 2 สัปดาห์ ทีมละ 20-30 คน รวมประมาณ 200 ห้อง
เท่ากับว่าการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่อยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในไทยนานขึ้น
นี่ยังไม่นับการจัดแมตช์กระชับมิตรและทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ที่มีคนดูติดตามเข้ามาด้วย
หากมีแฟนกีฬาตามมาดูกีฬาในไทย จำนวนนักท่องเที่ยวย่อมมีมากขึ้น
และเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ
การท่องเที่ยวเชิงกีฬานี้เป็นส่วนหนึ่งของ Wellness
เป็นการต่อยอดด้วยสิ่งที่ไทยได้เปรียบประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสภาพอากาศที่สามารถเอื้อให้ทำกิจกรรมเทรนด์นักกีฬาได้ตลอดทั้งปี
ความจริงแล้วในงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY’ มีหลายไอเดียที่น่าสนใจ
หยิบยกเอาไอเดียของพราวพุธ ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่
พราวพุธเป็นผู้บริหารเรียล เอสเตท แต่มีไอเดียต่อยอดการท่องเที่ยว
ต่อยอดจากเทรนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังฮิต
เฉกเช่นเดียวกับเอกชนอื่นๆ ที่มองเห็นคุณค่าของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
บางทีอาจต่อยอดจากการท่องเที่ยวดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจตัวเอง
และเป็นรายได้ที่เข้าสู่ประเทศ
กลายเป็นนิวทัวริซึม กลายเป็นนิวอีโคโนมีของไทยในที่สุด
นฤตย์ เสกธีระ

