กรมหม่อนไหมจัด “หม่อนไหมสัญจร” ๓ จุดใหญ่ใจกลางเมือง ส่งเสริมตลาดไหมไทย สร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชน

2.10.26 | 17:14 น.

กรมหม่อนไหมเดินหน้าส่งเสริมตลาดไหมไทย จัด “หม่อนไหมสัญจร” ๓ จุดใหญ่ใจกลางเมือง เชื่อมผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค สร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชนชูแนวคิด “ประกายแห่งคุณค่า ใต้ร่มพระบารมีพระมารดาแห่งไหมไทย” ชวนเลือกซื้อผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมคุณภาพ ตลอดเดือนตุลาคม ๒๕๖๙


กรุงเทพมหานคร ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ — นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดงานโครงการ “ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมสัญจร ณ กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๖๙” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม ๒ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ประกายแห่งคุณค่า ใต้ร่มพระบารมีพระมารดาแห่งไหมไทย” โดยมีนางณัฐธัญ กาหลง รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมหม่อนไหม ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม ๒ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงาน

นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์หม่อนไหมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาภูมิปัญญาการผลิตเส้นไหมและการทอผ้าไหมไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ชุมชนและท้องถิ่น ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างยั่งยืน

Advertisement

“ผ้าไหมไทยมิได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หากแต่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และฝีมืออันประณีตของคนไทย ซึ่งได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน”

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนงานหัตถกรรมและผ้าไหมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภูมิปัญญาการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การสาวไหม และการทอผ้าไหมของชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนา จนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนจำนวนมาก

การจัดงานภายใต้แนวคิด “ประกายแห่งคุณค่า ใต้ร่มพระบารมีพระมารดาแห่งไหมไทย” จึงมุ่งสืบสานคุณค่าภูมิปัญญาไทย พร้อมนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยกรมหม่อนไหมดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านหม่อนไหมอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหม การทอผ้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางณัฐธัญ กาหลง รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวรายงานว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างการรับรู้ถึงคุณค่า คุณภาพ และความหลากหลายของผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมไทย พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มรายได้ และขยายฐานลูกค้า ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบและผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย

การดำเนินงานยังให้ความสำคัญกับแนวทาง “ตลาดนำการผลิต” โดยเชื่อมโยงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเข้ากับการสร้างช่องทางจำหน่าย เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หม่อนไหมคุณภาพจากเกษตรกรและผู้ประกอบการได้โดยตรง รวมทั้งเรียนรู้เรื่องราวและภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากเกษตรกรและผู้ประกอบการ การจัดนิทรรศการองค์ความรู้ด้านหม่อนไหม การสาธิตและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมถึงกิจกรรมบนเวที เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสคุณค่าของไหมไทยในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูมิปัญญาดั้งเดิมจนถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

โครงการกำหนดจัดกิจกรรมสัญจรรวม ๓ ครั้ง ภายใต้การสื่อสาร “๓ จุดใหญ่ ใจกลางเมือง” ตลอดเดือนตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด นำผลิตภัณฑ์หม่อนไหมคุณภาพเข้าสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพ และสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดการจัดงานดังนี้

ครั้งที่ ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม ๒
วันที่ ๑–๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐–๒๐.๐๐ น.
ณ ลานลิฟท์แก้ว ชั้น ๑

ครั้งที่ ๒ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค
วันที่ ๘–๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐–๒๐.๐๐ น.
ณ ลานหน้า MCC HALL ชั้น ๓

ครั้งที่ ๓ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
วันที่ ๒๒–๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐–๑๙.๐๐ น.
ณ Living Hall ชั้น ๓

อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางสำคัญจากนี้คือการร่วมกันพัฒนาไหมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยรักษารากฐานของภูมิปัญญาและอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า ควบคู่กับการพัฒนาด้านการออกแบบ คุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และการตลาด ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้ “ไหมไทย” ไม่เพียงเป็นมรดกที่คนไทยภาคภูมิใจ แต่สามารถสร้างมูลค่า สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างยั่งยืน

กรมหม่อนไหมจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเที่ยวชมงาน “หม่อนไหมสัญจร” ทั้ง ๓ ครั้ง เลือกซื้อและสนับสนุนผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมไทยจากเกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ของไหมไทย เรียนรู้ภูมิปัญญา และค้นพบแนวทางการนำผ้าไหมมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้แก่ชุมชน และส่งต่อคุณค่าของไหมไทยจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้การรณรงค์ “ไหมไทยใส่ได้ทุกวัน”