B-Quik เปิดตัว “EV Pro+” พร้อมยกระดับ Digital Lifestyle ดูแลรถ EV แบบมืออาชีพ

3.10.26 | 11:30 น.

B-Quik เปิดตัว “EV Pro+” พร้อมยกระดับ Digital Lifestyle ดูแลรถ EV แบบมืออาชีพ ควบคู่ประสบการณ์ที่เชื่อมทุกจังหวะชีวิต


บริษัท บี-ควิก จำกัดเดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจสู่การเป็น “Mobility Lifestyle Brand” เปิดตัว “B-Quik EV Pro+” บริการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมให้บริการในทุกสาขาทั่วประเทศ ควบคู่การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าสู่โลกDigital Lifestyle ด้วยการเชื่อมบริการ เทคโนโลยี ระบบสมาชิก และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน

ทิศทางดังกล่าวถูกประกาศภายในงานแถลงข่าว ณ เซ็นทรัล พาร์ค แบงคอก โดยมีคณะผู้บริหาร บริษัท บี-ควิก จำกัด (B-Quik) นำโดย มร.เฮงก์ โจฮัน คิกส์ (Henk J. Kiks) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ คุณบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า พันธมิตรธุรกิจ สื่อมวลชน รวมถึงพรีเซนเตอร์ของ B-Quik ได้แก่มิกค์ ทองระย้า, บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และพีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เข้าร่วมงาน

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญที่ B-Quik สั่งสมมา เพื่อรองรับรถยนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมขยายบทบาทจากศูนย์บริการรถยนต์ไปสู่แบรนด์ที่ต้องการดูแลทั้ง “รถ” และ “การเดินทางของผู้คน”

Advertisement

หนึ่งในบริการหลักที่ B-Quik เปิดตัว คือ B-Quik EV Pro+ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ ระบบควบคุมอุณหภูมิ น้ำหนักตัวรถ และแรงบิดที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป บริการดังกล่าวผสานทีมช่างที่ผ่านการอบรม เครื่องมือเฉพาะทาง และมาตรฐานการให้บริการระดับมืออาชีพ พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกสาขาของ B-Quik ทั่วประเทศ

B-Quik EV Pro+ ให้บริการตรวจเช็กระบบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้เครื่องสแกนระบบ EV จากLAUNCH PE เพื่ออ่านและประเมินข้อมูลในจุดต่าง ๆ เช่น สถานะแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ปลั๊กและช่องชาร์จ อุณหภูมิแบตเตอรี่แรงดันสูง กล่องหรือเคสแบตเตอรี่ สายไฟแรงดันสูง รวมถึงค่าความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SOH) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้รถเห็นสถานะเบื้องต้นของรถ และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมงานบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การล้างแผงคอนเดนเซอร์ ล้างตู้แอร์ และฟลัชชิ่งระบบปรับอากาศ เพื่อเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ น้ำยาแอร์ และดรายเออร์ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ตรวจเช็กและบำรุงรักษาระบบเบรก เปลี่ยนผ้าเบรก น้ำมันเบรก เจียรจานเบรก ตลอดจนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และดูแลระบบช่วงล่าง เพื่อให้การดูแลรถครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยและสมรรถนะการขับขี่

ด้วยน้ำหนักตัวรถและแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า ยางและระบบช่วงล่างจึงเป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ B-Quik EV Pro+ จึงมียางสำหรับรถ EV จากแบรนด์ชั้นนำให้เลือก พร้อมบริการเปลี่ยนยาง สลับยาง ปะยาง เติมลมไนโตรเจน ตั้งศูนย์ และถ่วงล้อ นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจเช็กระบบเซนเซอร์แรงดันลมยาง รองรับทั้งระบบIndirect TPMS และการเปลี่ยน TPMS Sensor เมื่อจำเป็น

เบื้องหลังมาตรฐานการให้บริการ B-Quik ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า บี-ควิกมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคโนโลยี โดยส่งอาจารย์เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อนำความรู้กลับไปถ่ายทอดให้ผู้เรียนและพัฒนาบุคลากร รองรับการทำงานกับบี-ควิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรเข้าใจลักษณะเฉพาะของรถ EV และทำงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาและวิทยาลัยเทคโนโลยีด้านยานยนต์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ รองรับการฝึกงาน และต่อยอดสู่การทำงานกับ B-Quik อย่างต่อเนื่อง 

นอกจากการขยายบริการสำหรับรถ EV แล้ว B-Quik ยังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าภายใต้แนวคิด B-Quik New Service & Digital Lifestyle โดยเชื่อมการบริการนอกสถานที่ ช่องทางดิจิทัล ระบบสมาชิก และพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ต่อเนื่องมากกว่าช่วงเวลาที่นำรถเข้าศูนย์บริการ

B-Quik เดินหน้าพัฒนาช่องทางบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า ตั้งแต่ B-Quik Mobile Serviceบริการเปลี่ยนยางถึงที่ ไปจนถึงการเลือกซื้อยางรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ B-Quik.com ได้พัฒนาระบบและรูปแบบ E-Commerce สำหรับค้นหาข้อมูลและเลือกซื้อสินค้า ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ B-Member ซึ่งรวมการสะสมคะแนน ส่วนลด และสิทธิพิเศษไว้ในระบบเดียว สู่แนวคิด One-Stop Online Experience

อีกหนึ่งกิจกรรมคือการสนับสนุน “B-Quik Khao Yai Marathon” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เชื่อมแบรนด์เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย โดย B-Quik ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตั้งแต่การเตรียมรถ การเดินทางสู่เขาใหญ่ ไปจนถึงประสบการณ์ในวันแข่งขัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกปี

ขณะที่ B-Quik Bangsaen Grand Prix 2026 ที่ชายหาดบางแสน ก็ขยับจากประสบการณ์การชมรถแข่งในรูปแบบเดิม ด้วยการจัดกิจกรรมเต้นแอโรบิคริมชายหาด และงานวิ่งในสนามแข่งรถ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ตและลูกค้า

อีกหนึ่งสีสันภายในงานคือการเปิดตัว “คาร์-บี (Car-B)” มาสคอตคาปิบาราคาแรกเตอร์ใหม่ของ B-Quik ที่ออกแบบให้มีความเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารเรื่องรถ ระบบสมาชิก สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และครอบครัว

ขณะเดียวกัน มิกค์ ทองระย้า, บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ และพีพี–กฤษฏ์ ก็เข้ามาสะท้อนภาพผู้ใช้รถที่มีช่วงวัย บุคลิก และรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ช่วยขยายภาพของ B-Quik จากแบรนด์ที่สื่อสารเรื่องสินค้าและบริการ ไปสู่ความสัมพันธ์และประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า