นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตำรวจภูธรภาค 7 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังสุรสีห์ เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยตามหมายค้นของศาลจังหวัดทองผาภูมิ จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และเข้าตรวจค้นในพื้นที่ จ. สมุทรปราการ อีกจำนวน 2 จุด เนื่องจากพบว่าความเชื่อมโยงกัน
การเข้าตรวจค้นในวันนี้ สืบเนื่องมาจากการที่สำนักงาน กสทช.และ ACSC ร่วมกันกวาดล้างและรื้อถอนเสาส่งสัญญาณผิดกฎหมาย การตัดสายสัญญาณไฟเบอร์ออปติกกรณีลักลอบส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในการสนับสนุนข้อมูลด้านต่างๆ

สำหรับการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จากการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเชิงลึกและวิเคราะห์ปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ต พบพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มีปริมาณสูงมากผิดปกติเกินกว่าการใช้งานของประชาชนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เนื่องจากอาจมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการหลอกลวงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
จากการตรวจค้นทั้ง 2 จุด ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ในวันนี้ พบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์และลักลอบลากสายเคเบิลจากบ้านหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ออกจากตัวอาคารดังกล่าวซึ่งสามารถใช้เป็นทางเข้า-ออก ได้ทั้งฝั่งประเทศไทยและเมียนมา โดยลากผ่านพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อลักลอบส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังกาสิโนซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเมียนมา และเมื่อใช้เครื่องวัดระยะความยาวสายของไฟเบอร์ออปติก (OTDR) ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสายเคเบิลถูกลากเข้าไปในประเทศเมียนมา ประมาณ 350 เมตร กรณีดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่ามีการนำสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุมของเจ้าหน้าที่ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด ฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำส่ง บก.ปอท. เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ อีกจำนวน 2 จุด ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันสำนักงาน กสทช. ได้เข้าร่วมตรวจค้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป
อีกทั้งในวันนี้ สำนักงาน กสทช.ยังได้เข้าตรวจสอบพื้นที่กรณีพบว่ามีการลักลอบลากสายไฟเบอร์ออปติกขนาด 48 Core จำนวน 1 เส้น ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าบริเวณจุดผ่านแดนอาจเตรียมการลากสายข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังไม่พบการเชื่อมต่อ และจากการตรวจสอบข้อมูลผู้รับใบอนุญาต ไม่พบว่ามีผู้รับใบอนุญาตรายใดได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อบริเวณดังกล่าว จึงเข้าตรวจสอบเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลอย่างต่อเนื่องและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป




