หน้าแรก ภูมิภาค ยโสธรเปิดโครง...

ยโสธรเปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัด พลัส+” ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร

4.08.26 | 10:13 น.

ยโสธรเปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัด พลัส+ ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม จังหวัดยโสธรจัดพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัด พลัส+” ที่ สกต. จังหวัดยโสธร ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โดยได้รับเกียรติจาก นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ตลอดจนพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมงาน


โครงการกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม ภายใต้กิจกรรมธงเขียวราคาประหยัด “ปุ๋ยถูก ยาดี ต้องที่ธงเขียว” โดยภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมีทางการเกษตร ชีวภัณฑ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร จากผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร

เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนและสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือสมุดเล่มเขียว มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและยืนยันสิทธิ์ โดยจะได้รับส่วนลดสำหรับการซื้อปุ๋ยเคมีสูงสุดกระสอบละ 300 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ

สำหรับเกษตรกรที่มีเอกสารรับรองเพิ่มเติม เช่น บัตรดินดี หนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเตรียมสินค้าราคาพิเศษ คูปองส่วนลด และกิจกรรมส่งเสริมการขายจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่จำเป็นได้ในราคาประหยัด โดยมีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 11,160 กระสอบ ทั้งนี้ สินค้ามีจำนวนจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ

Advertisement

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต เพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน