เทรลเลอร์ เบรกแตกทางลงเขาศาลปู่โทน ชนรถพังยับ 7 คัน บาดเจ็บ 5
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ศิวพัฒน์ ภูริทัศน์ชัยบุญชู สารวัตรเวร (สอบสวน)สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงหมายเลข 304(ปักธงชัย–กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 208 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานพ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล., แขวงการทางจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) รุดตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางลงภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก 4 ช่องการจราจร ช่วงทางโค้งหักศอกลาดชันมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจนถนนลื่น สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนักยาวนานเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรชั่วคราว 100% เนื่องจากมีเศษชิ้นส่วนรถยนต์และกองวัสดุกระจัดกระจายเต็มพื้นผิวถนน
โดยมีรถได้รับความเสียหายรวม 7คัน ประกอบด้วย รถบรรทุกพ่วงเทรลเลอร์, รถบรรทุกพ่วง, รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 2 คัน, รถตู้โดยสาร,รถกระบะตู้ทึบ, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถพ่วงบรรทุกสินค้า

พบจำนวนรถคู่กรณี รวมทั้งสิ้น 6 คัน ประกอบด้วย รถบรรทุกพ่วง, รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์, รถตู้และรถยนต์ส่วนบุคคล มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย แบ่งเป็นอาการสีเขียว 4 ราย และอาการสีแดง/สาหัส 1 ราย มีผู้ป่วยติดภายใน มีผู้บาดเจ็บติดค้างภายในห้องโดยสารรถบรรทุก 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จและนำส่งโรงพยาบาลนาดีอย่างเร่งด่วน
ต่อมา เวลา 13.45 น. เจ้าหน้าที่แขวงการทางฯ ตำรวจ สภ.วังขอนแดงตำรวจทางหลวง (รถวิทยุ 3505, 3514, 3517) และหน่วยกู้ภัยร่วมกันเคลียร์คราบน้ำมันและเปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อให้รถทยอยเคลื่อนตัวได้
นายวินัย คนขับรถบรรทุกกระดาษอัดแท่ง กล่าวว่า ตนขับรถบรรทุกกระดาษจากจังหวัดอุดรธานีเพื่อไปส่งที่ปราจีนบุรี ขณะขับลงเขาโดยใช้เกียร์ต่ำได้ยินเสียงดังโครมบริเวณด้านท้ายรถ และพบว่าถูกรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อพุ่งชนท้ายอย่างแรงจนล้อหลุด เมื่อลงมาดูพบคนขับรถพ่วงถูกอัดก๊อปปี้ติดภายใน ต่อมามีรถตู้และรถอื่นๆ เฉี่ยวชนกันตามมาซ้ำซ้อน

ด้านนายน้อย คนขับรถตู้โดยสาร กล่าวว่า ตนขับรถตู้พาญาติรวม 12 คนจะเดินทางไปพัทยา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถด้านหน้าเฉี่ยวชนกัน รถของตนจึงเบรกและถูกรถที่วิ่งตามหลังมาเฉี่ยวชนซ้ำ ส่งผลให้ญาติในรถบาดเจ็บ 2 คน (ศีรษะแตก 1 คน และบาดเจ็บตามร่างกาย 1 คน)
ขณะที่ นายธีรพงษ์ พลเมืองดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนเดินมาดูพบคันที่ชนเห็นขาคนขับรถพ่วง 22ล้อ โผล่ออกมา ติดอยู่ภายใน ไม่สามารถช่วยเหลือเองได้จนกระทั่งกู้ภัยและตำรวจเข้ามาช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลสำเร็จ
พ.ต.ท.ศิวภัสส์ ภูริพิศชัยบุญชู สารวัตรเวรสอบสวน สภ.วังขอนแดง เปิดเผยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้รถไถดันก้อนกระดาษอัดแท่งออกจากช่องทางจราจร นายวินัย (คนขับรถพ่วง 18ล้อคันที่ถูกชน) ได้ขึ้นไปบนรถเพื่อขยับหลบหนีช่องทาง แต่เสี้ยววินาทีนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝัน รถได้พุ่งออกไปเองและวิ่งลงสู่ท้องร่องข้างทางจนรถตะแคง เดชะบุญที่นายวินัยกระโดดลงจากรถได้ทันอย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มจากเหตุการณ์นี้
พ.ต.ท.ศิวพัฒน์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.วังขอนแดง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สาเหตุหลักอุบัติเหตุจุดดังกล่าว ส่วนใหญ่มาจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นทางลาดชันและมีโค้งหักศอกต่อเนื่อง ประกอบกับระบบเบรกของรถบรรทุกขนาดใหญ่ขัดข้องหรือร้อนจัดจากการใช้งานหนักประกอบกับมีฝนตกถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักควบคุมไม่ได้

ข้อมูลสถิติที่ผ่านมา บริเวณทางลงเขาช่วง กม.208 หน้าศาลปู่โทน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304(สายกบินทร์บุรี–วังน้ำเขียว) เป็นจุดเสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำซาก ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุใหญ่ไม่ต่ำกว่า18 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 60 ราย เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางใช้ความระมัดระวังสูงสุดและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ต่อมาเวลา 15.00 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผวจ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ภายใต้การอำนวยการของนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ ตนเองนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถพ่วง 18 ล้อ ชนกับรถตู้ส่วนบุคคล บริเวณถนน 304 กม. 208+500 ม. ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และได้เดินทางมาที่ รพ.นาดี โดยมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาดี ปลัดอำเภอนาดี และเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน เป็นผู้รายงานเหตุการณ์และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากอุบัติเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล จำนวน 3 ราย เป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย (คนขับรถพ่วงฯ) และบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต โดยในที่เกิดเหตุหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่พร้อมประสาน สภ. วังขอนแดง ตำรวจทางหลวง แขวงทางหลวง และอาสาสมัครต่างๆ เข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดการจราจร ขณะนี้สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ


