ผู้ว่าฯปราจีน ขยับ สั่งปิดโรงขยะอิเล็กทรอนิกส์ เถื่อนทุนต่างชาติ รุกป่าสงวนแควระบม-สียัด
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง โพสต์ข้อความและภาพถ่าย-คลิปรายงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด บริเวณหมู่ 7 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
โดยระบุว่ามีการปล่อยปละละเลยให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานคัดแยกและบดย่อยขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายนานเกือบ 1 ปี
โดยเพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีระบุว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายวีระพันธุ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี สั่งการให้อำเภอศรีมหาโพธิ สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าวทันที หลังสำนักจัดการพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี ยืนยันว่าพิกัดโรงงานตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแควระบมและป่าสียัดจริง
ผลการตรวจสอบพบโรงงานลักลอบประกอบกิจการคัดแยก บดย่อย และอัดเศษโลหะ สายไฟ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงสั่งระงับการประกอบกิจการทันที พร้อมยึดอายัดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร และสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯปราจีนบุรียังสั่งเร่งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิที่ดิน หากพบการออกเอกสารหรือใช้โดยมิชอบ ให้บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า สำหรับป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด จัดเป็นผืนป่าธรรมชาติที่มีความสำคัญระดับประเทศ ประกาศจัดตั้งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 409 (พ.ศ.2512) ครอบคลุมพื้นที่หลักในอำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงเชื่อมต่อไปยังอำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี
ปัจจุบันคงเหลือพื้นที่ป่าสงวนฯ ตามกฎหมายราว 700,000-850,000 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก” แหล่งอาศัยสำคัญของโขลงช้างป่าและสัตว์ป่าคุ้มครอง
นอกจากนี้ ผืนป่าดังกล่าวยังเป็นแหล่งต้นน้ำของ “แควระบม” และ “แควสียัด” ที่ไหลรวมเป็นคลองท่าลาดลงสู่แม่น้ำบางปะกง และเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ความจุ 420 ล้านลูกบาศก์เมตร
การลักลอบตั้งโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์และทิ้งกากสารเคมีอันตราย จึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาลและสายน้ำธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และสุขภาวะของประชาชนในวงกว้าง

