หน้าแรก ภูมิภาค ไฟป่าพรุควนเค...

ไฟป่าพรุควนเคร็ง เริ่มคลี่คลาย คาด 1-2 วันกลับสู่ภาวะปกติ ชาวบ้านหวั่นไฟใต้ดินปะทุซ้ำ จี้ รบ.แก้ปัญหา

16.08.26 | 17:40 น.

ไฟป่าพรุควนเคร็ง เริ่มคลี่คลาย คาด 1-2 วันกลับสู่ภาวะปกติ ชาวบ้านหวั่นไฟใต้ดินปะทุซ้ำ จี้ รบ.แก้ปัญหา

 


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย หลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟในหลายพื้นที่ได้แล้ว ขณะที่จังหวัดยังคงกำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ท่าเสม็ดและพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากหากเกิดกระแสลมแรง อาจทำให้ไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ใต้ดินกลับมาปะทุและลุกลามได้อีก

นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายเกรียงศักดิ์ นพนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายวิระชัย ชุมแก้ว นายอำเภอชะอวด ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ที่ประชุมประเมินว่า ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟในหลายพื้นที่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ท่าเสม็ดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีเกิดกระแสลมแรง ซึ่งอาจทำให้ไฟกลับมาปะทุหรือลุกลามออกจากพื้นที่ควบคุมได้อีก

Advertisement

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องในพื้นที่บ้านควนยาว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างแนวป้องกัน ลดความเสี่ยงไม่ให้ไฟลุกลามออกนอกพื้นที่ พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวังและเข้าควบคุมทันทีหากตรวจพบจุดความร้อนหรือกลุ่มควัน

ฝ่ายปฏิบัติการประเมินว่า หากสถานการณ์ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมจากสภาพอากาศหรือกระแสลมแรง คาดว่าภายใน 1-2 วัน สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

อย่างไรก็ตาม จังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงกำชับทุกหน่วยงานให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟกลับมาปะทุและขยายวงกว้างอีกครั้ง ในส่วนของการสนับสนุนภารกิจ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ยังคงระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยตัวแทน สิงห์อาสา ร่วมกับ กู้ภัยนคร นำน้ำดื่มไปมอบให้ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจรับมือสถานการณ์ไฟป่า พร้อมบูรณาการกำลังและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างเต็มกำลัง อบจ.นครศรีธรรมราช ได้สนับสนุน รถผลิตน้ำดื่มและรถบรรทุกน้ำ สำหรับใช้ในภารกิจของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านน้ำสำหรับการปฏิบัติงานและรับมือสถานการณ์ไฟป่า

นอกจากนี้ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังใช้ อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน สำรวจและติดตามสถานการณ์ไฟป่าจากมุมสูง เพื่อเก็บข้อมูลสภาพพื้นที่ ตรวจสอบจุดเสี่ยง และประเมินสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนการปฏิบัติงาน ติดตามพื้นที่เสี่ยง และกำหนดแนวทางรับมือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ฝ่ายจังหวัดจะประเมินว่าสถานการณ์กำลังคลี่คลาย แต่ในพื้นที่ยังมีความกังวลว่าไฟอาจกลับมาปะทุได้อีก โดยชาวบ้านควนชิงรายหนึ่งสะท้อนประสบการณ์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จุดที่พบไฟอยู่ใกล้สวนปาล์มและบ้านของตนเอง โดยเมื่อวันก่อนหน้าไฟได้ลุกลามมาถึงบริเวณดังกล่าว ทำให้ต้องเฝ้าระวังจนถึงช่วงค่ำ แต่หลังจากผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง กลับพบว่าไฟลุกขึ้นมาอีกครั้ง

ชาวบ้านรายดังกล่าวมองว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของ ไฟป่าพรุ ซึ่งแตกต่างจากไฟไหม้ทั่วไป เพราะแม้สามารถดับเปลวไฟบนผิวดินได้ แต่ไฟอาจยังคุกรุ่นอยู่ในชั้นอินทรียวัตถุหรือวัสดุใต้พื้นดิน และสามารถกลับมาปะทุขึ้นใหม่ได้เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี ต้นกระจูด ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณควนชิง ควนยาว และควนเคร็ง ทำให้ชาวบ้านกังวลว่า หากไฟใต้ดินยังไม่ดับสนิท อาจกลับมาสร้างความเสียหายได้อีก

ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐทำความเข้าใจธรรมชาติของระบบนิเวศป่าพรุและรูปแบบการเกิดไฟในพื้นที่อย่างจริงจัง เพราะการดับไฟพรุอาจไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับการดับไฟป่าทั่วไป และจำเป็นต้องมีมาตรการติดตามพื้นที่หลังการดับไฟอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำในแต่ละปี และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการป้องกันไฟซ้ำซากและการจัดการพื้นที่พรุในระยะยาว

“ไหม้ทุกปี ไหม้เป็นประเพณี ทำไมแก้ปัญหาไม่ได้”ชาวบ้านในพื้นที่กล่าว และว่า ซึ่งต้องการเห็นการแก้ปัญหาที่มากกว่าการระดมกำลังดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องมีการป้องกันและจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ผืนป่าพรุควนเคร็งต้องเผชิญกับไฟป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขณะนี้ แม้สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ภารกิจยังไม่จบ เพราะ “ไฟบนอาจดับ แต่ไฟใต้ดินอาจยังไม่ดับ” การเฝ้าระวังหลังดับไฟจึงยังเป็นภารกิจสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟกลับมาปะทุและลุกลามสร้างความเสียหายอีกครั้ง ป่าพรุควนเคร็งอาจกำลังพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้ แต่คำถามเรื่องการแก้ปัญหาไฟป่าซ้ำซากยังคงรอคำตอบจากภาครัฐ

Screenshot

Screenshot