เหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อ.แม่สะเรียง หลายพื้นที่ยังวิกฤต
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เหาะ เมื่อเวลา 16.00 น.ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่มทับกระท่อมในพื้นที่ทำการเกษตร ณ บ้านแม่สวรรค์น้อย หมู่ 12 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นเหตุให้มีราษฎรเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายบุญช่วย อายุ 56 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตพร้อมภรรยาเดินทางไปทำการเกษตรในพื้นที่นา ณ บ้านแม่สวรรค์น้อย หมู่ 12 ต.แม่เหาะ ต่อมาเวลาประมาณ 11.36 น. ได้เกิดดินโคลนถล่มลงมาทับกระท่อมที่พักในพื้นที่นา เป็นเหตุให้กระท่อมพังถล่มและทับร่างผู้เสียชีวิต ขณะที่ภรรยาสามารถออกจากบริเวณที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย และได้ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ชีพในพื้นที่

กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเวลา 13.00 น. และเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นหุบเขา เมื่อถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 14.00 น. พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อมในลักษณะถูกดินโคลนและโครงสร้างกระท่อมทับร่าง จึงช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ และนำกลับมายังหมู่บ้านเมื่อเวลา 15.00 น. เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ดำเนินการชันสูตรพลิกศพ
ทั้งนี้ อำเภอแม่สะเรียงได้ประสาน อบต.แม่เหาะ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนตรวจสอบความเสียหายและเฝ้าระวังพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่ม

ด้านนายวรศักดิ์ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจากลำน้ำแม่สะเรียง หลังในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากการลงพื้นที่พบว่า ลำน้ำแม่สะเรียงมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และในบางช่วงกระแสน้ำได้เริ่มกัดเซาะคันดินบริเวณตลิ่งแล้ว ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและไหลเชี่ยวมากกว่าเดิม อาจส่งผลให้ตลิ่งป้องกันตลิ่งพังทลาย และมวลน้ำทะลักไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎรได้
นายอำเภอแม่สะเรียงจึงสั่งการด่วนให้ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการแจ้งเตือนภัย และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงพื้นที่ทำกินอย่างทันท่วงที

