หน้าแรก ภูมิภาค เตือน 18 จว.เ...

เตือน 18 จว.เฝ้าระวังฝนถล่ม มวลน้ำทะลักเขต ศก.จม ‘น่าน’ วิกฤต 1.3 หมื่นครัวเรือนกระทบหนัก

20.08.26 | 19:39 น.

เตือน 18 จว.เฝ้าระวังฝนถล่ม มวลน้ำทะลักเขต ศก.จม ‘น่าน’ วิกฤต 1.3 หมื่นครัวเรือนกระทบหนัก ตั้ง 7ศูนย์ เร่งอพยพปชช. ‘เชน-สุริยะ-มท.3’ ปักหลักช่วย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่าน ว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน ยังคงน่าเป็นห่วง โดยหลังมีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว อ.ภูเพียง อ.สันติสุข และ อ.ท่าวังผา ล่าสุด น้ำทะลักเข้าพื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่าน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยมีบ้านเรือน ร้านค้า โรงแรม วัด โดยเฉพาะวัดภูมินทร์ โบราณสถานสำคัญ ทั้งนี้ เทศบาลเมืองน่านยังเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่อง บริเวณคลองเจ้าฟ้า 24 ชั่วโมง เพื่อสูบน้ำที่ล้นทะลักออกจากพื้นที่ ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด


ต่อมา ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) น่าน ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.น่าน นำโดย นายยศชนัน พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายทรงยศ รามสูตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.น่าน แถลงสถานการณ์และภาพรวมการบูรณาการทำงาน
นายยศชนัน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งพร้อมพิจารณาและอนุมัติงบประมาณกลาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนทันที โดยเปิดช่องทางให้หน่วยงานในพื้นที่ที่ขาดแคลนงบสามารถแจ้งความประสงค์เข้ามาได้โดยตรง เพื่อลดขั้นตอน และให้การเยียวยาเข้าถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด

“ศูนย์บัญชาการฯ ได้วางระบบการจ่ายเงินช่วยเหลือไว้ 2 ส่วนชัดเจน ส่วนแรกคือ งบทดรองราชการของจังหวัดที่พร้อมจ่ายทันทีสำหรับ ค่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน และเครื่องครัว แจ้งข้อมูลผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือผู้ใหญ่บ้าน ส่วนที่ 2 เงินเยียวยาน้ำท่วมขังพิเศษ ซึ่งจังหวัดกำลังเร่งสำรวจทุกครัวเรือน เพื่อรวบรวมส่งผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และตนจะผลักดันเข้าเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้เปิดสายด่วนศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) โทรศัพท์ 0 5471 6174 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ ขอรับอาหาร หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆ” นายยศชนัน กล่าว

ด้านนายชัยนรงค์ กล่าวว่า กลุ่มพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อ.ภูเพียง อ.เมือง และ อ.เวียงสา มวลน้ำกำลังปรับตัวสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้เตรียมศูนย์พักพิงและแจ้งเตือนประชาชนยกของขึ้นที่สูงล่วงหน้าแล้ว สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ ขณะนี้สามารถป้องกันน้ำเข้าได้ 100%

Advertisement

วันเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นำคณะบินสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.ปัว และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.น่าน พร้อมตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเดินทางไปที่วัดพระธาตุเบ็งสกัด อ.ปัว จ.น่าน รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยและแนวทางการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ผ่านรูปแบบ Board Walk เพื่อรับทราบข้อมูล และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำรถครัวพระราชทาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำรถผลิตน้ำประปาสนามเคลื่อนที่ และลงพื้นที่หมู่ 4 บ้านแก้ม ต.วรนคร อ.ปัว เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วย
ส่วน พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 (ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3) เปิดเผยว่า ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 ได้มอบหมายให้ ศอ.จอส.พระราชทาน จ.น่าน เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์อพยพเพื่อรองรับและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ปัว 7 จุด ได้แก่ 1.หอประชุมอ.ปัว 2.หอประชุมโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร (อบต.ศิลาเพชร) 3.หอประชุมเทศบาลตำบลปัว (ทต.ปัว) 4.วัดป่าเหมือด (ทต.ศิลาแลง) 4.บริเวณ 3 แยกทางเข้าบ้านดอนไชย (อบต.ศิลาเพชร จุดที่ 2) 6.อบต.วรนคร และ โรงเรียนจอมแจ้ง (อบต.วรนคร) 7.โรงเรียนบ้านเสี้ยว (อบต.ไชยวัฒนา)

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวหลังเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน ว่า สถานการณ์ฝนตกหนักใน จ.น่าน พื้นที่ อ.ปัว ซึ่งมีปริมาณน้ำสะสม 380 มล. ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง และ อ.สันติสุข และพบว่า มีดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ มีการพยากรณ์ว่าฝนจะตกหนักอีกช่วงในวันที่ 27-30 สิงหาคมนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลและป้องกันอย่างใกล้ชิด

น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดี ปภ. กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 ว่า พื้นที่ จ.น่าน ได้รับผลกระทบใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง อ.สันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน 30,313 คน เสียชีวิต 2 ราย

ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับ มีพื้นที่คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มล่วงหน้าโดยเฉพาะใน 18 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ ลำพูน ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สุโขทัย กาญจนบุรี เลย จันทบุรี และตราด