เปิดตำนานกว่า 300 ปี ‘วัดจุฬามณี’ จากวัดแม่เจ้าทิพย์ สู่ศูนย์ศรัทธา ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ แห่งอัมพวา
กว่า 300 ปีที่ยืนหยัดอยู่คู่ชุมชนริมคลองอัมพวา “วัดจุฬามณี” ไม่เพียงเป็นวัดโบราณที่มีรากประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แต่ยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของ จ.สมุทรสงคราม โดยเฉพาะ “ท้าวเวสสุวรรณ” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวัด และดึงดูดผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศให้เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง

วัดจุฬามณี ตั้งอยู่ ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นวัดโบราณริมคลองอัมพวา มีประวัติย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ราว พ.ศ.2172-2190 โดยมีข้อมูลระบุว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) ธิดาของนายตลาดบางช้าง และเป็นต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้าง เป็นผู้สร้าง เดิมเรียกว่า “วัดแม่เจ้าทิพย์”
พื้นที่บริเวณวัดยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ราชินิกุลบางช้าง โดยบริเวณหลังวัดเป็นนิวาสสถานเดิมที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 และสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 ทำให้วัดแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแม่กลอง

วัดจุฬามณีเคยผ่านช่วงเสื่อมโทรมจนเกือบกลายเป็นวัดร้าง ภายหลังสิ้นยุคพระอธิการเนียม เจ้าอาวาสรูปที่ 2 ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาเสนาสนะขึ้นใหม่ โดยมีหลวงพ่อแช่ม โสฬส จากวัดบางกะพ้อม เข้ามามีบทบาทในการบูรณะวัด
ต่อมาในยุคของหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท หรือพระครูโกวิทสมุทรคุณ อดีตเจ้าอาวาสและพระเกจิชื่อดังของสมุทรสงคราม ได้เริ่มก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ในปี 2510 หลังอุโบสถเดิมทรุดโทรม ก่อนที่พระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ศิษย์ของหลวงพ่อเนื่องและเจ้าอาวาสรูปต่อมา จะสานต่อการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดยพระอุโบสถจัตุรมุขของวัดกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญด้านพุทธศิลป์ของวัด

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ประชาชนเดินทางมาสักการะคือสังขารของหลวงพ่อเนื่อง ซึ่งทางวัดเก็บรักษาไว้ให้ศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธากราบสักการะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อ “วัดจุฬามณี” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในยุคปัจจุบัน คือความศรัทธาที่มีต่อ “ท้าวเวสสุวรรณ” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ปัจจุบันได้รับสมณศักดิ์เป็นพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

ตามประวัติที่เผยแพร่โดยวัดจุฬามณี มีเรื่องเล่าว่า พระอาจารย์อิฏฐ์เคยนิมิตเห็นท้าวเวสสุวรรณพาไปชมยมโลก และตั้งจิตอธิษฐานว่า หากกลับมายังโลกมนุษย์จะสร้างรูปเคารพท้าวเวสสุวรรณไว้ภายในวัด ก่อนจะกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณของวัดในเวลาต่อมา
ในปี 2532 พระอาจารย์อิฏฐ์ดำริจัดสร้างวัตถุมงคลท้าวเวสสุวรรณรุ่นแรก โดยมีการเททองเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2531 และประกอบพิธีพุทธาภิเษกเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2532 มีพระคณาจารย์ 9 รูปร่วมพิธี และในช่วงเดียวกันยังมีการดำเนินการหล่อองค์ท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่เพื่อประดิษฐานภายในวัด

จากนั้นชื่อเสียงของท้าวเวสสุวรรณวัดจุฬามณีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกระแส “สายมู” ได้รับความนิยม มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้และถวายดอกกุหลาบแดง จนท้าวเวสสุวรรณกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวัด

ภายในวัดมีรูปท้าวเวสสุวรรณที่เป็นที่รู้จัก 4 ปาง ได้แก่ “ปางพรหมาสูติเทพ” รูปกายสีทอง ซึ่งตามความเชื่อเกี่ยวข้องกับโชคลาภ การงานและเงินทอง, “ปางจาตุมหาราช” รูปกายสีเขียว-ดำ เชื่อในเรื่องการปกป้องคุ้มครอง, “ปางเทพบุตรสูติเทพ” รูปกายสีทอง เชื่อในเรื่องความสมปรารถนาและคู่ครอง และ “ปางมนุษย์” ซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับความสำเร็จและความราบรื่นในการดำเนินชีวิต

สำหรับการสักการะ ผู้มีจิตศรัทธานิยมใช้ธูป 9 ดอก และดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ขณะที่วัดจุฬามณีเองได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้ศรัทธาท้าวเวสสุวรรณ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีชื่อเสียงของ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ที่มา :วัดจุฬามณี ,ภาพและเนื้อหาบางส่วนจากข่าวสด

