น้ำท่วมแก่งหางแมว สวนทุเรียนจมแช่ 8 วัน 300 ต้น เสี่ยงยืนต้นตาย เสียหายเฉียด 4 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จ.จันทบุรี หลังมวลน้ำเริ่มลดลง โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมสวนผลไม้ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยที่บ้านประแกต ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนต้องเร่งเข้าสำรวจและกู้วิกฤตสวนทุเรียนอย่างเร่งด่วน หลังถูกน้ำหลากเข้าท่วมขังข้ามสัปดาห์
นางประจวบ ละอออ่อน เจ้าของสวนทุเรียน เปิดใจว่า สวนทุเรียนอายุ 8 ปี จำนวนราว 700 ต้น ถูกน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกตเอ่อทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา แม้จะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ต้องแวะเวียนมาลุ้นว่าทุเรียนจะเหลือรอดให้ทำกินได้มากน้อยเพียงใดในปีการผลิตหน้า สิ่งที่กังวลที่สุดตอนนี้คือการลุ้นว่าจะมีต้นทุเรียนเหลือรอดกี่ต้น และจะยืนต้นตายกี่ต้น ซึ่งขณะนี้พบต้นที่มีอาการหนักสลัดใบทรุดโทรมอยู่ราว 300 ต้น ประเมินมูลค่าความเสียหายให้ผลผลิตขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาทต่อปี
นายณัฐกร พงศ์พินิจ ลูกเขยเจ้าของสวน กล่าวเสริมว่า ทุเรียนบางแปลงถูกน้ำแช่ขังยาวนานที่สุดถึง 8 วัน ส่วนแปลงริมถนนที่น้ำท่วมไม่ถึง ก็เตรียมอัดบำรุงต่อทันทีเพื่อหวังเก็บผลผลิตชดเชยค่าปุ๋ยค่ายาที่ลงไปในช่วงวิกฤตนี้ประมาณ 1 แสนบาท สำหรับต้นที่ถูกน้ำท่วมขัง ได้ศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้มีประสบการณ์ พร้อมนำสารชีวภาพ ฮอร์โมน ยาฆ่าแมลง และยากันเชื้อรา มาเร่งพ่นฉีดล้างลำต้นและใบเพื่อล้างคราบโคลน โดยตั้งเป้าหวังช่วยกู้ชีวิตทุเรียนให้ฟื้นตัวได้ราวร้อยละ 70 ซึ่งหากรอดตายได้ก็ต้องยอม “พักต้น 1 ปี” เพื่อฟื้นฟูสภาพให้กลับมาสมบูรณ์
จากข้อมูลสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี สรุปภาพรวมความเสียหายด้านการเกษตรจากอุทกภัยครั้งนี้ พบว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบครอบคลุม 9 อำเภอ รวมความเสียหายกว่า 16,000 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่สวนผลไม้ทั้งทุเรียน มังคุด และเงาะ ใน อ.แก่งหางแมว นายายอาม ท่าใหม่ เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม ซึ่งทางจังหวัดอยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

