กาญจนบุรี ประกาศเขตฯ ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินครอบคลุม ทั้ง 13 อำเภอ เขื่อนศรีฯน้ำ95%-เขื่อนวชิราลงกร99%
วันที่ 3 ตุลาคม ที่ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช, นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ และ นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สืบเนื่องจากฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินครอบคลุม ทั้ง 13 อำเภอ เรียบร้อยแล้ว
โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ 90 ตำบล 884 หมู่บ้าน 28 ชุมชน 9,635 ครัวเรือน ความเสียหาย บ้านเรือน 4,376 หลัง, พื้นที่การเกษตร 31,226 ไร่, บ่อปลา 120 ไร่ รวมถึงถนน สะพาน และฝาย ได้รับความเสียหายหลายแห่ง
แม้ปัจจุบันในพื้นที่จะไม่มีฝนตกและระดับน้ำส่วนใหญ่เริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง อย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำปัจจุบัน ณ เวลา12.00 น. พบว่า เขื่อนศรีนครินทร์ ปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 95% เขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 99% ไม่มีการระบายน้ำผ่านอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ตัวเขื่อนและอาคารระบายน้ำล้นทั้งหมดมีความมั่นคงและปลอดภัยเป็นปกติ และเขื่อนแม่กลอง เวลา 10.00 น. ได้ปรับลดการระบายน้ำหน้าเขื่อนลงเหลือ 1,496 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ในส่วนของความช่วยเหลือและการเร่งฟื้นฟู ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ ได้เร่งระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จัดตั้งโรงครัวกลางที่อำเภอห้วยกระเจา และศูนย์ประสานงานกองทุนหมู่บ้านฯ พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพแล้วกว่า 1,500 ถุง
โดย ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี และ เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน และเรือท้องแบน 9 ลำ ในการอพยพและช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งจุดอพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 15 แห่ง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมกำลังพลและเครื่องจักรให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนทันที รวมทั้งเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเร่งด่วนต่อไป

