หน้าแรก ภูมิภาค ปิดทองหลังพระ...

ปิดทองหลังพระ ชู ‘ห้วยม่วง’ หมู่บ้าน100ปีชาตกาล พลิกเกษตรเชิงเดี่ยวสู่ปฏิทินอาชีพ12ด.รายได้โตเท่าตัว

5.10.26 | 23:11 น.

ปิดทองหลังพระ ชู ‘บ้านห้วยม่วง’ 1 ใน 10 หมู่บ้านเทิดพระเกียรติฯ พลิกเกษตรเชิงเดี่ยว ป่วยสวนส้มสารเคมี สู่ปฏิทินอาชีพ 12 เดือน รายได้โตเท่าตัว!


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนหมู่บ้านต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ที่ บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเป็นพื้นที่ต้นแบบตามแนวพระราชดำริในวาระการเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

โดยวิทยากรชุมชน ประกอบด้วยชาวบ้านห้วยม่วง มี นายสำราญ ทวีทรัพย์ นางหอมไกร โสภามี นางศรีแพร ตันวงศ์ และนายอนุวัฒน์ โสภามี ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันเล่าที่มาของการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 หมู่บ้าน เทิดพระเกียรติ ฯ ว่า การพัฒนาบ้านห้วยม่วง สถาบันฯได้น้อมนำ แนวพระราชดำริ และหลักการทรงงานในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด ของรัชกาลที่ 10 มาเป็นหลักในการทำงาน

Advertisement

จุดเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ข้าวโพด มันและปลูกลำไย มาเป็นสวนส้ม เนื่องจากเห็นที่อ.ฝางนิยมปลูกกันมาก แล้วรวย จึงอยากรวยบ้าง เลยล้มลิ้นจี่ ลำไยหันมาปลูกส้มกัน กู้ธนาคารเพื่อการเกษตรสหกรณ์(ธกส.) ซึ่งธกส. ก็ปล่อยกู้ไม่อั้น

ปลูกส้มต้องใช้สารเคมี ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ต่อมาร่างกายมีความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไปหาหมอเช็กคลื่นหัวใจ ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ แต่พบเคมีในเลือดสูงทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกับต่อมาหมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้ง

ปี 2563 สถาบันฯเข้าไปดำเนินการโครงการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริในพื้นที่ค้าและลำเลียงยาเสพติด จากโครงการร้อยใจรักษ์ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชรมหาวัชรราชธิดา พัฒนาพื้นที่ น้อมนำหลักทรงงานในหลวงรัชกาลที่9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำลำเหมืองห้วยม่วง

ต่อมามีวิทยากรมาอบรมให้ชาวบ้านการทำเห็ดหอมส่งขายโครงการหลวง และนำก้อนเห็ดเก่าทำปุ๋ยหมัก เพื่อปลูกผักอินทรีย์ ค่อยๆ ขยายพื้นที่ เป็นแหล่งอาหารและส่งขายตลาดและโรงพยาบาล

จากนั้นได้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ส่งเสริมการเลี้ยงปลาในกระชังและเลี้ยงหนอนและแมลงวันลาย เพื่อเป็นอาหารของปลา และอาหารไก่ ทำให้ประหยัดค่าอาหารสัตว์

แล้วศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ได้เข้ามาสนุนการปลูกไม้ดอก ทั้งดอกแกลดิโอลัส ปทุมมา และ แอสเตอร์ ซึ่งรายได้ดีกว่าการปลูกลำไย

นอกจากนี้หมู่บ้านได้ทำศูนย์ข้าวชุมชนห้วยม่วงซึ่งเป็นศูนย์ที่เข้มแข็งได้รับการสนับสนุนจากกรมการข้าว และมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงด้วย รวมทั้งปลูกพืชทางเลือกอย่างอะโวคาโด เสาวรสด้วย

นายสำราญ ทวีทรัพย์ กล่าวว่ารู้สึกดีใจตื้นตันใจเป็นเกียรติอย่างมากที่บ้านห้วยม่วงได้รับเลือกเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับโอกาสจากสถาบันฯมาให้ความรู้กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพชุมชน เป็นความภาคภูมิใจของชุมชนเป็นอย่างยิ่ง

ทำให้ชาวห้วยม่วงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากจากครัวเรือนละ 260,000 บาทต่อปี  เป็น 480,000 บาทต่อปี

นายอนุวัฒน์ โสภามี ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่าตอนนี้หมู่บ้านอื่นรอบๆหมู่บ้านห้วยม่วงรู้สึกว่าเสียโอกาส ต่างตั้งคำถามว่าทำไมหมู่บ้านตัวเองถึงไม่ได้เข้าร่วมโครงการของสถาบันฯ ที่มีการพัฒนาครอบคลุมทุกด้าน จากเดิม ทำนาอย่างเดียวแต่ตอนนี้มีอาชีพเสริมตลอดทั้งปี อาจเป็นจุดเด่นหนึ่งคือชาวห้วยม่วงมีความสามัคคี

เวลานี้ชาวบ้านมีความตื่นเต้นเมื่อมีคนมาดูงานที่หมู่บ้าน ขอบคุณหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วย สิ่งที่เกิดกับชาวบ้านถือว่าเป็นเรื่องที่จับต้องได้ ไม่เสียเวลาเปล่าที่เข้ามาช่วย ได้เห็นความพยายามและความสามารถชาวบ้านจนได้ จนได้รับเลือกเป็น1ใน 10 ของหมู่บ้านต้นแบบการพัฒนา

นางสนิท ปัจจารี ชาวบ้านห้วยม่วงเล่าว่า ชาวบ้านห้วยม่วงมีความดีใจมาก เพราะตอนนี้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ลูกเต้ากลับมาอยู่บ้านหมดแล้ว เพราะที่บ้านมีงานทำทั้งปี ครอบครัวอบอุ่น

เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมก็ทำนา ,สิงหาคมถึงกันยายน ทำเห็ด พอเข้าเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนปรับปรุงดินปลูกผัก เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เปิดโรงเห็ดหอมเพื่อเก็บขาย มีนาคมถึงเมษายนก็ทำนาปรัง

“ลูกติดหนี้กยศ. ก็สามารถมีเงินผ่อนชำระหนี้ได้ ตอนนี้ก็ใกล้หมดหนี้แล้ว ครอบครัวมีรายได้ถึงปีละ600,000 บาท” นางสนิทกล่าว

นายกฤษฎา บุญราช ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ กล่าวว่าสถาบันฯ ได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่น้อมนำแนวพระราชดำริครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถพัฒนาสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 หมู่บ้านใน 10 พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยมีแนวทางการคัดเลือกพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่สามารถแก้ปัญหาที่ทำกิน ปรับปรุงแหล่ง น้ำอุปโภคบริโภค พัฒนาคุณภาพดิน ทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ครัวเรือน ชุมชนมีความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ สามารถขยายการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถอยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน จึงควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

หมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย 1.บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน 2.บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 3.บ้านโคกล่าม และ 4.บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี 5.บ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ 6.บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 7.บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 8.บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 9.บ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ 10.บ้านเหล่าฝ้าย ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ